“เฉลิมชัย” ลุยเชียงใหม่ ถกป้องกันไฟป่า-ปัญหาหมอกควัน คุมเข้ม 14 กลุ่มป่าเสี่ยงไหม้ กำชับเน้น รวดเร็ว ตรงเป้า เข้าถึงพื้นที่ มีประสิทธิภาพสูงสุด
8 พ.ย. 67 – ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมซักซ้อมการป้องกันและรับมือปัญหาไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ประจำปี 2568 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งในปี 2568 มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง ที่คาดการณ์ว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการทำเกษตรกรรมที่ไม่ยั่งยืน
รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ โดยกระทรวงทรัพยากรฯ ได้จัดทำ “มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568” ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ระดับภาค และระดับจังหวัด เพื่อเป็นกลไกการบริหารจัดการในเรื่องนี้

ดร.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ตนได้มอบนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยงาน ดำเนินตามมาตรการดังกล่าวด้วยความ “รวดเร็ว ตรงเป้า เข้าถึงพื้นที่ มีประสิทธิภาพสูงสุด” โดยบริหารจัดการแบบไร้รอยต่อ มุ่งเน้นไปที่พื้นที่เสี่ยงเผาไหม้ขนาดใหญ่ 14 กลุ่มป่า ที่มีแนวโน้มเกิดไฟป่ามากที่สุด
ได้แก่ กลุ่มป่าลุ่มน้ำปาย กลุ่มป่าศรีลานนา-แม่ลาว กลุ่มป่าสะเมิง กลุ่มป่าสาละวิน กลุ่มป่าตอนใต้จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มป่าถ้ำผาไท กลุ่มป่าแม่ยม กลุ่มป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์ กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล กลุ่มป่าเวียงโกศัย-แม่วะ-ป่าแม่มอก กลุ่มป่าห้วยขาแข้ง-แม่วงก์ กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์ กลุ่มป่าจังหวัดเลย กลุ่มป่าจังหวัดชัยภูมิ ขณะที่การควบคุมการเข้าพื้นที่ป่า ต้องจำกัดการเข้าพื้นที่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการลักลอบเผาในพื้นที่ป่า

ดร.เฉลิมชัย ระบุว่า ส่วนพื้นที่การเกษตร ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) และสำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษในพื้นที่ ประสานกับทางจังหวัดในการบริหารจัดการการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ จะต้องทำงานกับจังหวัดนั้นๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานกับจังหวัดอย่างเต็มที่ รวมทั้งให้สื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นอย่างทั่วถึงและทันท่วงที เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อสถานการณ์แก่ประชาชน ขณะที่การจัดสรรงบประมาณ หากงบประมาณไม่เพียงพอให้เร่งขอรับการจัดสรรงบกลาง และสอบถามความต้องการของจังหวัดเพื่อประสานงานกับสำนักงบประมาณโดยด่วน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ