รมว.ทส. สั่ง กรมอุทยานแห่งชาติฯ-กรมทรัพยากรทะเลฯ ลุยภูเก็ต เร่งแก้ พะยูนเกยตื้น-หญ้าทะเลเสื่อมโทรม ผุดดึงรายได้ อช. ทำคอกอนุบาล พะยูน เร่งทำแผนของบฯรัฐบาล สร้างศูนย์ฟื้นฟูฯ
13 พ.ย. 67 – ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวว่า ตนได้สั่งการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตพะยูนเกยตื้นให้เป็นรูปธรรม

โดยให้ลงพื้นที่ และประสานกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในการสื่อสารทำความเข้าใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับพะยูนแก่ชาวบ้านและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสร้างความร่วมมือกันในการดูแลรักษาแหล่งหญ้าทะเลให้กับพะยูน

ส่วนที่แปลงเสริมอาหารพะยูน บริเวณท่าเทียบเรือราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผวจ.ภูเก็ต และหน่วยงานราชการทุกภาคส่วนในพื้นที่ ร่วมกำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์พะยูนเกยตื้นและหญ้าทะเลเสื่อมโทรม ในพื้นที่จ.ภูเก็ต

พร้อมดูการสาธิตทำแปลงเสริมอาหารพะยูน โดยใช้สาหร่ายผมนาง ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง นำมาเป็นอาหารเลียนแบบธรรมชาติให้กับพะยูน จากนั้นมีการติดตั้งทุ่นกำหนดชะลอความเร็วในการเดินเรือ เขตพื้นที่คุ้มครองพะยูนและหญ้าทะเล บริเวณอ่าวบางขวัญ จ.พังงา

ดร.ปิ่นสักก์ กล่าวว่า โดยมาตรการในการแก้ไขปัญหาพะยูนเกยตื้นและหญ้าทะเลเสื่อมโทรมมี 4 มาตรการ คือ 1. จัดตั้งคณะทำงานในการประสานงาน 2. จัดตั้งทีมอาสาสมัคร และชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังคุ้มครองพะยูน

3. จัดทำประกาศ/ป้ายประชาสัมพันธ์การจำกัดการสัญจรหรือลดความเร็วเรือ และแผนที่เส้นทางหรือแหล่งอาศัยพะยูน ให้ประชาชน ชุมชนชายฝั่ง และผู้ประกอบการเดินเรือได้รับทราบ 4. ดำเนินการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล โดยการปลูกหญ้าทะเลในพื้นที่ที่กำหนด

นอกจากนี้ กรมทช. จะเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกับกรมอุทยานฯ เพื่อเสนอของบกลางเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน ตลอดจนจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการสำรวจและติดตามประชากรพะยูน เพื่อการวางแผนอนุรักษ์ต่อไปในระยะยาวต่อไป

ด้าน นายอรรถพล กล่าวว่า เขตพื้นที่อนุรักษ์ จ.ตรัง ทั้งอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลิบง เดิมเป็นพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ จากการสำรวจพบว่า หายไปกว่าสองหมื่นไร่ ซึ่งมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ที่เป็นแหล่งของการเกิด การอยู่อาศัย การเกิดขึ้นของหญ้าทะเลก็ลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล และเป็นส่วนหนึ่งที่มองว่า จะทำอย่างไรให้หญ้าทะเลกลับคืนมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ กรมอุทยานฯ ได้รับมอบหมายจาก รมว.ทส. คือ กรมอุทยานฯ จะนำเงินรายได้ของกรมฯ มาจัดทำคอกอนุบาลพะยูนก่อน ตามที่ อธิบดีกรม ทช. ได้กำหนดพื้นที่ควบคุม เร่งอนุบาลพะยูนที่สุขภาพไม่แข็งแรง และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภัยคุกคาม

พร้อมทั้งจะเร่งจัดทำแผนงบประมาณโดยจะขอสนับสนุนจากงบประมาณกลางของรัฐบาล เพื่อนำมาสร้างศูนย์ฟื้นฟู ศูนย์เพาะเลี้ยงหญ้าทะเล งานวิจัย และการลาดตระเวนเฝ้าระวังที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพะยูนทุกมาตรการ ถ้าทุกฝ่ายเร่งดำเนินการ ตนเชื่อมั่นว่าในอนาคตพะยูนจะกลับมามากขึ้นเหมือนเดิม

ทั้งนี้ ในส่วนของการทำคอกให้พะยูนได้มีการหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว โดยจะเลือกบริเวณหาดราไวย์ และหาดบางขวัญ ป่าคลอก ภูเก็ต รวมทั้งจะมีการดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ อีกต่อไป โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่อ่าวพังงาเป็นพื้นที่แหล่งพะยูนได้มีการอพยพมาด้วย