ลุยค้นสำนักสงฆ์เถื่อน ฝึกตาทิพย์-หูทิพย์ ผงะ 9 ศพ ฝังไว้รอบ ไม่ตรงที่พระบอก จนท.นำร่างตรวจดีเอ็นเอ แจ้งญาติมารับไปฌาปนกิจให้ถูกต้อง

วันที่ 20 พ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าที่สำนักสงฆ์ป่าสิริจันทร์ หมู่ 2 ต.สลกบาตร อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.กำแพงเพชร, เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี, ฝ่ายปกครองอำเภอขาณุวรลักษบุรี และกู้ภัยสว่างกำแพงเพชร จุดสลกบาตร ลงพื้นที่ยังบริเวณป่าทึบหลังกุฏิพระสงฆ์และบริเวณโดยรอบที่ใช้ทำกิจกรรมการฝึกนั่งวิปัสสนากรรมฐานกับศพ

เพื่อทำการขุดศพออกมาจากหลุมและโลงศพ และเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อทุกศพนำไปตรวจดีเอ็นเอ และพิสูจน์อัตลักษณ์ ทางสำนักสงฆ์ได้แจ้งญาติของแต่ละศพได้แล้วบางส่วน เพื่อให้มาแสดงตัวและจัดการฌาปนกิจศพอย่างถูกต้อง หลังทราบผลตรวจดีเอ็นเอแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะยังเก็บรักษาศพไว้ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อรอญาติมารับ

หลังจากตรวจสอบพบว่าสำนักสงฆ์แห่งนี้ยังไม่ได้รับการอนุญาตให้เปิดอย่างถูกต้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งจัดการนำศพออกมาตรวจสอบให้เร็วที่สุด ส่วนกิจกรรมในการฝึกเรียนตาทิพย์หูทิพย์และนั่งสมาธิกับศพก็ให้งดทำเด็ดขาด เหลือเพียงการปฎิบัติธรรมปกติเท่านั้น ตามคำสั่งของสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาขุดค้นหาศพกว่า 4 ชั่วโมง พบว่ามีหลุมศพทั้งหมด 13 หลุม มีศพอยู่จำนวน 9 ศพ ส่วนหลุมที่เหลือคาดว่ามีการขุดร่างนำไปเผาแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับจำนวนที่พระสงฆ์เจ้าของสำนักสงฆ์บอกไว้ในวันที่เข้าไปตรวจสอบวันแรกว่ามีศพที่เหลือโครงกระดูกจำนวน 6 ศพ และศพที่มาใหม่อีก 1 ศพ รวมเป็น 7 ศพ

โดยพบว่าเป็นศพของแม่ชี, พระสงฆ์ และญาติโยม ซึ่งจากคลิปและภาพการนำศพมาทำกิจกรรมที่โพสต์ในเฟซบุ๊กนั้น เจ้าของสำนักสงฆ์อ้างว่าเป็นภาพเก่าและเป็นสถานที่อื่น และไม่ใช่เฟซบุ๊กที่ทางสำนักสงฆ์โพสต์ลงโซเชียล เพราะเลิกดำเนินการไปแล้ว แต่ปรากฏว่าเป็นสถานที่เดียวกันทั้งหมด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงที่จะค้นหาต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนว่ายังมีศพเพิ่มเติมอีกเท่าใด เพราะยังพบว่ามีอุปกรณ์ใส่เกลือสำหรับโรยศพเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นเน่าในสถานที่อีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการโหนกระแสที่ออกอากาศเมื่อวานนี้ มีลูกศิษย์รายหนึ่งได้โฟนอินเข้ามาพูดคุยถึงที่มาที่ไปในการจัดตั้งของสำนักสงฆ์แห่งนี้ โดยสาขาใหญ่อยู่ที่ จ.พิจิตร พร้อมบอกว่าลัทธินี้ใครๆ ก็เรียนกัน หลังฝึกแล้วสามารถปฎิบัติได้จริง มีลูกศิษย์มากมาย ทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองทุกระดับ เจ้าของธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่

โดยมีพระอาจารย์สายฝนเป็นเจ้าสำนักถ่ายทอดวิชาและเปิดสาขาทั่วประเทศอีก 69 แห่ง อ้างว่าได้วิชามาจากเมืองบังบด เมืองลับแล นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่ามีการลงไปนั่งฝึกในบ่อจระเข้เพื่อไม่ให้จระเข้ทำร้ายด้วย ทำให้มีประชาชนจำนวนมากอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาควรเป็นหน่วยงานหลักที่เข้ามาจัดการเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวได้โทรสอบถาม “แม่ไหม” ลูกศิษย์เอกของสำนักสงฆ์ของพระอาจารย์สายฝน ให้ข้อมูลว่า “สำนักสงฆ์แห่งนี้สอนให้มีการปฏิบัติที่ไม่ได้มีในประเทศไทย วัดหลายที่ไม่ได้เรียนหลักสูตรนี้ ซึ่งพระอาจารย์สายฝนได้คิดค้นตามตำราที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์บอกไว้ โดยพระอาจารย์สายฝนใช้เวลาเป็น 10 ปี ในการได้ตาทิพย์หูทิพย์ หากใครมาปฏิบัติก็จะได้รู้ จะได้ทางเดินแห่งความสุข

ลูกศิษย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนปฏิบัติตามหลักสอนอยู่นี้จะทำให้ไม่หลงทาง เพราะตนได้ไปฝึกสมาธิปฏิบัติมาก็หลายที่และสนใจหลักธรรมนี้ อยากบอกทุกคนให้เปิดใจเข้ามาปฏิบัติ วัดที่นี่ไม่มีเสียเงิน ไม่มีขึ้นค่าครู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน