เศร้า! ฝากขัง สามารถ มือยิง 3 ศพ ลูกเมียกอดกันร้องไห้ลา กินข้าวไม่ลง เจ้าตัวขอชดใช้กรรม บอกลูกเมียให้ดูแลตัวเอง ไม่ต้องห่วงหนี้ค่างวดรถ รับปากจะเคลียร์ให้

กรณีนายสามารถ อายุ 58 ปี ยิงชาวบ้านเสียชีวิต 3 ศพ ในจ.หนองบัวลำภู หลังนำบัตรเอทีเอ็มของเพื่อนบ้าน กดเงินสวัสดิการคนพิการ 1 หมื่นบาท นำไปใช้แล้วไม่คืน คู่กรณีแจ้งความ ทำให้โกรธและก่อเหตุ หลังลงมือนายสามารถหลบหนีไป สุดท้ายยอมลงจากเขา มอบตัว โดยบอกว่าสาเหตุที่ยิง 3 ศพ เพราะขาดสติ อยากมอบตัวแต่หลงป่า กินข้าวไป 2 ปั้น ยอมรับผิด อยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ตำรวจนำตัว นายสามารถ อายุ 58 ปี ไปชี้จุดที่จอดรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะหลบหนี ซึ่งเจอดทิ้งไว้บริเวณป่าอ้อย ใกล้กับจุดที่ขึ้นเขาไป หลบซ่อนตัวที่ภูกระโจม ใช้เวลาค้นหากว่า 5 ชั่วโมง ก็ไม่พบคาดว่ามีผู้ผ่านมาเห็นแล้วนำรถจักรยานยนต์ไปหรือไม่ก็หลงจุดที่จอดรถไว้

ตำรวจจึงตัดสินใจนำตัว ผู้ต้องหามาส่งฟ้องศาลเพื่อฝากขังก่อน โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ มีโทษร้ายแรง เมื่อกลับมาจากการไปชี้จุด จอดทิ้งรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าห้องสอบสวนเพื่อให้ ลงชื่อ ในเอกสารฝากขัง ก่อนจะยอมให้ภรรยาคนแรก คือนางมะลิและลูกชาย ลูกสาว นำอาหารเข้าไปให้ ก่อนจะนำตัวไปฝากขัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางมะลิโผเข้ากอดสามี ร้องไห้รำพันว่า “บอกแล้วทำไมไม่เชื่อฟัง เคยเตือนหลายครั้งแล้วเรื่องใจร้อน” ซึ่งนายสามารถคอตก ไม่โต้เถียงกับภรรยาแต่อย่างใด หลังจากทานข้าวกล่องได้ไม่กี่คำ เจ้าหน้าที่ก็นำตัวไปขึ้นรถ ที่จอดอยู่ด้านหน้าสถานีตำรวจ

นายสามารถตอบคำถามผู้สื่อข่าว ด้วยสีหน้านิ่งๆ มีแววตากังวล ว่า บอกภรรยาและลูกๆ ว่าให้ดูแลตัวเอง ส่วนตนก็จะชดใช้ตามกรรมเวรที่มีต่อไป ก่อนที่รถส่งผู้ต้องหา จะออกไปนางมะลิไปยืนอยู่ข้างรถ ซึ่งมีกระจกกั้น พูดคุยร่ำลากับนายสามารถว่า ให้ทำตัวดีๆ เพื่อให้ท่านสงสาร จะได้ออกมาพบหน้าครอบครัวได้อีก สำหรับเรื่องค่างวดของรถกระบะ ไม่ต้องเป็นห่วง จะดำเนินการจ่ายค่างวดต่อ ไม่ต้องคิดมาก

ภายหลังผู้สื่อข่าวสอบถามนางมะลิ บอกว่า ตอนอยู่ในห้องสอบสวนสามีพูดอะไรบ้าง นางมะลิ บอกว่า นายสามารถไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่ยังกังวลเรื่องหนี้สินค่ารถ ที่ยังคงค้างอยู่ กลัวเขาจะมายึดไป นอกนั้นก็นิ่งฟัง ไม่ได้พูดอะไรอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำหนดการเดิมที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ จะนำตัวไปฝากขัง ไม่เกินเที่ยงของวันนี้ แต่เนื่องจากว่านำตัวนายสามารถไปชี้จุดที่ รับสารภาพว่านำรถไปจอดทิ้งไว้นั้น ปรากฏว่าไม่พบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่ามีคนมานำรถคันดังกล่าวไป คาดว่าน่าจะเป็นการหลงตำแหน่งที่จอดมากกว่า

นางมะลิ ผู้เป็นภรรยานั้นเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังก่อนหน้านี้ว่า ในช่วง 2 ปีหลังไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย โดยต่างคนต่างอยู่ ตัวนางมะลิอยู่กรุงเทพฯ นายสามารถอยู่กับภรรยาคนที่ 2 ที่บ้าน โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่าตั้งใจจะตัดขาด จากนายสามารถแล้ว เนื่องจากรับไม่ได้กับการมีภรรยาน้อยอีกคนหนึ่ง แต่เมื่อพบกับนายสามารถ ก่อนส่งตัวไปศาลนางมะลิเปลี่ยนใจบอกจะช่วยเหลือดูแล เพราะยังตัดใจจากสามีไม่ได้เนื่องจากอยู่ด้วยกันมานานกว่า 33 ปี ก็คงต้องดูแลกันไป ตามกำลังความสามารถ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน