แม่เหยื่อ 4 ศพ กระบะแหกโค้ง 100 ศพ เผยลางร้าย เคาะโลงบอกลูก สลดอีกลูก 1 ขวบและ 3 ขวบยังไม่รู้เรื่อง หนุ่ม 18 ถูกชวนปฏิเสธเลยรอด

จากเหตุการณ์รถกระบะ 4 ประตู เสียหลักแหกโค้ง 100 ศพ พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น รถเละเป็นซากทั้คัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 4 ราย สร้างความสะเทือนขวัญให้กับญาติพี่น้อง ริมถนน ทล.212 สายนครพนม-ธาตุพนม ช่วง บ.ดงหมู ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 15.30 น. วันที่ 30 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหนาด หมู่ 11 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายปวริศ อายุ 30 ปี คนขับรถคันดังกล่าว พบกับนางยุพา อายุ 47 ปี แม่นายปวริศ ผู้ตาย กล่าวว่า

ก่อนเกิดเหตุลูกชายบอกจะไปกินย่างไส้บ้านเพื่อน หลังเอาลูก 1 ขวบ 1 เดือน นอนบอก 3 ทุ่มจะกลับบ้าน โทรศัพท์ไปก็ไม่ติด กระทั่งมีผู้โทรศัพท์มาบอกจึงไปที่เกิดเหตุ พบผ้าคุลมร่างเสียใจมาก จนพูดอะไรไม่ออก

“ลูกไปทำงานโรงงานตั้งแต่อายุ 20 ปี จะเดินเรื่องไปประเทศอิสราเอล ได้วีซ่าจากสถานทูต แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน เคยเตือนลูก 2 วันก่อนเกิดเหตุอย่าขับรถเร็ว แต่ลูกชายดื้อรั้นไม่ฟัง ลูกบอกว่า “ถ้าเกิดลงครั้งเดียวก็ตาย” คล้ายเป็นลางร้ายบอกเหตุ จึงได้แต่เคาะโลงศพบอกลูกว่า “ให้ไปดี ส่วนลูกน้อยวัย 1 ขวบ 1 เดือนแม่จะเลี้ยงดูเอง”

นางเพ็ญ อายุ 60 ปี แม่ น.ส.กัณนิกา ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดมีเพื่อน 4 คน มีนายปวริศ อายุ 30 ปี คนขับ น.ส.ปณิตา อายุ 26 ปี หลานสาว ลูกสาวและหลานชายวัย 18 ปี นั่งดื่มเหล้า 5 คนที่บ้านตน พร้อมซื้อไส้มาย่างกินกัน 3 กิโลกรัม จนกระทั่งช่วง 2 ทุ่ม จึงพากันชักชวนไปดื่มกินต่อในตัวเมือง กระทั่งรู้ข่าวอีกครั้งตอนรุ่งเช้าวันนี้ มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาบอกถึงกับเข่าอ่อนทรุด เนื่องจากตนต้องเลี้ยงหลานชายอายุ 3 ขวบเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าผู้เป็นแม่เสียชีวิตแล้ว

นายเอ อายุ 18 ปี หลานชาย น.ส.กัณนิกา ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนและผู้เสียชีวิต 4 คน รวมกับตน 5 คนนั่งดื่มสุรากันและกินไส้ย่างและย่างเนื้อหมูหมดไป 3 กิโลกรัมที่บ้านนาถ่อนใต้ หมู่ 13 ซึ่งเป็นบ้านของน้าสาว นั่งดื่มกินตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึง 3 ทุ่ม ก่อนที่จะชักชวนกันไปดื่มกินต่อในตัวเมือง แต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน คนที่นั่งดื่มด้วยชักชวนตนไป แต่ตอบปฏิเสธเพราะจะต้องทำงานขนฟางข้าว ถ้าไปด้วยอาจจะเป็นศพที่ 5

ด้านนายเดช ติเล กำนัน ต.นาถ่อน กล่าวว่า สาเหตุที่ยังนำร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นลูกบ้าน 3 ศพออกมาจาก รพ.นครพนม ไม่ได้วันนี้เพราะเป็นวันพระแรม 15 ค่ำศีลดับ จึงฝากศพไว้ที่โรงพยาบาลก่อน เป็นประเพณีเผ่าไทกวน ตายแรงหรือตายโหง สมัยก่อนยิ่งเข็มไม่ให้นำศพเข้าบ้าน แต่กรณีตายหมู่ยังพอจะอนุโลมให้เข้ามาตั้งบำเพ็ญกุศลในวันที่ 1 ธ.ค.ไว้ที่ศาลาการเปรียญวัดโพธิ์ล้านช้าง

ต่อมาจึงได้ประสานนำรถกระเช้าและรถเกรดจาก อบต.นาถ่อน มาปรับสถานที่และตัดแต่งกิ่งกิ่งต้นไม้ เพื่อเตรียมนำร่างมาประกอบพิธีในวันพรุ่งนี้ ตามประเพณีจะนำศพผู้ชายใส่เมรุเตาเผาได้แค่ 1 ราย ส่วนศพชายและหญิง จะตั้งเผาเป็นเชิงตะกอนหน้าเมรุพร้อมกันในเวลา 13.00 น. วันที่ 2 ธ.ค.67 พร้อมกับศพนายปวริศ ที่เมรุวัดจอมศรี ต.บ้านกลาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน