เมียคาใจผัวตาย หลังขึ้นชกมวยกีฬาสีเรือนจำระยอง จนท.แจงหมดสติหลังแพ้ สวนทางผลชันสูตร ถึงขั้นก้านสมองตาย ญาติไม่มีใครเชื่อ ขอดูวงจรปิด 1 ชั่วโมงสำคัญ
วันที่ 7 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.สุชาดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่ นายจิรายุ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี สามี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางระยอง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้เสียชีวิตลง หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา
น.ส.สุชาดา เปิดเผยว่า สามีตนเป็นผู้ต้องขังคดีร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ต้องโทษเป็นเวลา 8 เดือน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เรือนจำแจ้งมาว่าสามีถูกนำตัวส่ง รพ.บ้านค่าย ด้วยอาการโคม่า ไม่ได้สติ จนกระทั่งวันนี้ก็ได้เสียชีวิตลง
เบื้องต้นทางเรือนจำได้ชี้แจงว่า ก่อนเกิดเหตุทางเรือนจำได้จัดให้มีกิจกรรมกีฬาสี โดยแข่งขันชกมวยของผู้ต้องขัง สามีตนก็ได้ขึ้นชกด้วย และเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ก่อนหมดสติ จนถูกนำส่งโรงพยาบาล กระทั่งเสียชีวิตเวลา 14.00 น. (วันนี้) จากการตรวจสอบสภาพร่างกายของสามีพบว่า มีบาดแผลฟกช้ำหลายจุด โดยแพทย์ระบุเบื้องต้นว่า ก้านสมองตาย ม่านตาปิดมาตั้งแต่วันแรก และรอยฟกช้ำด้านหลังคล้ายถูกตีด้วยของแข็ง จึงไม่เชื่อว่าเกิดจากการชกมวย เพราะมีการสวมนวมขึ้นชกบาดแผลจึงไม่ควรจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางระยอง ได้ให้ตนกับญาติสามี เดินทางเข้าไปในเรือนจำระยอง โดยเจ้าหน้าที่ได้พาไปดูสถานที่ชกมวย พร้อมทั้งเปิดคลิปขณะที่สามีขึ้นชกมวยให้ดู ซึ่งมีการสวมนวมป้องกันอันตรายจนจบการแข่งขัน โดยสามีเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และยังมีสติเดินลงเวทีไปด้วยตัวเอง จึงเป็นไปไม่ได้ที่สามีจะเสียชีวิตจากการชกมวย นอกจากนี้พยาบาลได้แจ้งว่า หลังจากผู้เสียชีวิตลงจากเวที เริ่มมีอาการอาเจียนออกมา ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ได้หมดสติไปจึงนำตัวส่ง รพ.บ้านค่าย
ด้าน นายภานุมาศ อายุ 33 ปี พี่ชายผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนคาใจกับการเสียชีวิตของน้องชาย ไม่เชื่อว่าตายเพราะชกมวย เพราะจากการดูคลิปการชกและบาดแผลไม่สอดคล้องกัน จึงต้องการขอให้เรือนจำเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด หลังจากเหตุการณ์หลังจากการชกมวย 1 ชม.ก่อนที่น้องชายจะหมดสติไป เชื่อว่าคงจะมีอะไรมากกว่านี้
เบื้องต้นทางเรือนจำกลางระยอง เตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยก่อนเกิดเหตุได้จัดกิจกรรมกีฬาสี ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความจริงปรากฏ