อย่าให้เกิดขึ้นอีก! รมว.สาธารณสุข ขู่ฟันผู้บริหาร ขอให้เคส โรงพยาบาล กันทรลักษ์ เป็นรายสุดท้าย แจง สั่งย้าย ผอ. เป็นอำนาจผู้บังคับบัญชา

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2567 ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมช.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวในการเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ การจำกัดพฤติกรรมผู้ป่วยรุนแรง สำหรับพยาบาล พนักงานช่วยเหลือคนไข้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและบุคลากรทางการแพทย์ ว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ทุกท่านน่าจะได้รับทราบข่าวสารเกี่ยวกับกรณีเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นที่สนใจและก่อให้เกิดข้อห่วงใยจากสังคมต่อความปลอดภัยในสถานพยาบาลเป็นอย่างมาก

จากข้อมูลระหว่าง พ.ศ.2560-2567 พบว่ามีกรณีเหตุรุนแรงในโรงพยาบาลจำนวน 99 เหตุการณ์ บุคลากรในโรงพยาบาลจิตเวชถูกผู้ป่วยทำร้ายร่างกาย 312 ราย ทั้งการทะเลาะวิวาท ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำลายทรัพย์สิน และก่อความไม่สงบ ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับบาดเจ็บ ส่งผลต่อความปลอดภัยของสถานพยาบาล และขวัญกำลังใจของบุคลากรอีกด้วย

กระทรวงสาธารณสุขจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ในการสนับสนุนให้บุคลากรทบทวนแนวทางปฏิบัติของการจำกัดพฤติกรรมผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงจะรุนแรง ทั้งผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยยาเสพติด และผู้ป่วยภาวะถอนพิษสุรา เพื่อให้ทั้งพยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงบุคลากรการแพทย์ ได้ทำงานอย่างปลอดภัย มั่นใจ และมีประสิทธิภาพ

การประชุมในวันนี้สืบเนื่องมาจากมีสถิติผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้น ขณะที่บุคลากรที่ดูแลไม่เพียงพอ รวมถึงแนวทางการฝึกอบรมการปฏิบัติต่อผู้ป่วยจิตเวชทั้งจากการเมาสุราและจิตเวชด้านอื่น มีแนวทางปฏิบัติต่างกัน จึงต้องมีการทบทวนและสร้างความเข้าใจในการจัดการ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว ในโรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบทเรียนความสูญเสียอันใหญ่หลวง

ฉะนั้น หากมีการเรียนรู้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ชัดเจนก็จะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ทั้งนี้ ตนขอให้เหตุการณ์นี้เป็นรายสุดท้ายที่เกิดขึ้น

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่เราต้องเดินหน้าทำความเข้าใจกับบุคลากรทางการแพทย์ต่อไป โดยเฉพาะผู้บริหารโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ที่จะรู้ว่าตรงไหนควรเสริมเพิ่มเติมให้เกิดความแข็งแกร่ง ก็จะเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้กับบุคลากรที่ทำงาน คนที่เข้ามาใหม่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงขั้นตอนทั้งหมด ก็ต้องเร่งสร้างความเข้าใจ ถ้าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในวันข้างหน้า ผู้บริหารแต่ละโรงพยาบาลต้องรับผิดชอบ” รมว.สาธารณสุข กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า แนวทางในการดูแลผู้ป่วยหลักๆ คือ เจ้าหน้าที่จะต้องทราบถึงความรุนแรงของผู้ป่วยที่มี 4 อาการ ได้แก่ 1.รุนแรงทางคำพูด 2.รุนแรงต่อตนเอง 3.รุนแรงต่อผู้อื่น และ 4.รุนแรงต่อสิ่งของ ซึ่งจะมีขั้นตอนดูแลต่างกันออกไป ส่วนกรณีที่เห็นว่ามีบุคลากรถึง 4 คนนั้น เพราะเป็นทีมที่ต้องมีความพร้อม มีหัวหน้าทีม 1 คน และที่เหลือก็จะทำหน้าที่อื่น เช่น เจรจา จับยึด ผูกยึด ส่งสัญญาณ

“การเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน คลายความกังวล เพราะผมก็เป็นทั้งประชาชนและผู้ที่อยู่ในระบบราชการด้วย ต้องมองหลายมุม จึงต้องเร่งให้มีการทำความเข้าใจและถอดบทเรียนเป็นกรณีศึกษาโดยเร็ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามกรณีการพกกุญแจมือของบุคลากรทางการแพทย์ ทำได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนทราบจากข่าวว่า บุคลากรที่ถือกุญแจมืออาจจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่ในระหว่างการสืบสวน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบทางราชการ ต้องให้เกียรติทุกฝ่าย ไม่อยากใช้อำนาจไปเร่ง เพราะจะเกิดความไม่ละเอียด จะเป็นแพะเป็นแกะ แต่ถ้าเห็นว่าช้าค่อยไปเร่งรัด

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการเรียกตัวผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันทรลักษ์เข้ามาปฏิบัติงานที่ส่วนกลางว่า ตนไม่ได้สั่งย้าย แต่เรียกตัวเพื่อมาร่วมเป็นวิทยากรการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อถอดบทเรียนกรณีศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนการจะสั่งย้ายหรือไม่นั้นเป็นอำนาจของสายบังคับบัญชา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน