มูลนิธิเป็นหนึ่งลุยช่วยเด็กหญิง 12 ขวบ พ้นมือปู่และอาหื่นกาม หลังถูกกระทำชำเรามาตั้งแต่เรียนอยู่ ป.4 ที่ราชบุรี
วันที่ 18 ธ.ค.2567 เพจเป็นหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า หลานสาววัย 12 เล่าให้แม่เพื่อนฟังว่าถูกปู่และอาล่วงละเมิดตั้งแต่ 10 ขวบ พ่อแม่รู้แต่ไม่แจ้งความ วันนี้เป็นหนึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีสมาชิกเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
โดยเพจเป็นหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความในคอมเม้นท์ ว่า คำบอกเล่าของน้อง น้องเล่าให้เพื่อนฟังว่า วันหนึ่งตาเดินทางมาจากต่างจังหวัด แล้วบอกกับน้องก่อนไปโรงเรียนว่า เย็นวันนี้รีบกลับบ้านนะ จะได้อาบน้ำด้วยกัน เมื่อเพื่อนรู้ เพื่อนจึงได้ไปบอกแม่ แม่เพื่อนจึงได้หาทางแอบไปรับน้องออกมา โดยอ้างว่าน้องมีงานแข่งศิลปะหัตถกรรมแต่เช้า จึงจะพาน้องไปนอนที่บ้าน จะได้ไปส่งพร้อมกับลูกของตน แต่เมื่ออากับปู่รู้ทัน จึงโทรบอกพ่อกับแม่ สุดท้ายพ่อน้องไม่อนุญาตให้น้องไป และน้องก็ถูกล่วงละเมิดอีกครั้งในคืนวันนั้น รอติดตามเคสนี้แม่คือ แม่เลี้ยงนะคะ แม่แท้ๆน้องทิ้งไปตั้งแต่น้องยังเล็กๆ
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วยนายรพี ชำนาญเรือ มือปรามแอมไซยาไนด์ชื่อดัง และทีมงานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้เดินทางไปพบหนูน้อยคนดังกล่าว อายุ 12 ขวบ ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อพูดคุย และสอบถามข้อเท็จจริงจากปากของเด็ก จากนั้นนำเด็กหญิงรายดังกล่าว พร้อมเพื่อนหญิงอีก 1 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พิทักษ์ ว่องพานิช ผกก.สภ.ท่าม่วง ที่ห้องประชุม สปก.สภ.ท่าม่วง

โดยมีนายธราพงษ์ ทองจรัส ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ผู้แทนนายนพพล สุกิจปาณีนิจ นายอำเภอท่าม่วง รวมทั้งเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)จังหมดกาญจนบุรี และ ผอ.โรงเรียน เข้าร่วมประชุมและรับฟังข้อเท็จจริงจาก เด็กหญิง และเพื่อน
เบื้องต้นทราบว่า เด็กหญิงถูกปู่กับอาข่มขืนกระทำชำเรา ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.4-ป.5 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งปัจจุบันเด็กหญิงได้ย้ายมาเรียนระดับชั้น ป.6 ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และได้ไปอาศัยบ้านเช่าอยู่กับปู่และอา ในพื้นที่เขตรับผิดชอบของ สภ.หนองขาว ซึ่งปู่ได้พยายามข่มขืนด้วยการกอดลูบคลำแต่ไม่สำเร็จ หลังจากนี้ทาง สภ.ท่าม่วง จะได้ทำการประสานไปยัง สภ.หนองขาว และ สภ.ด่านทับตะโก จ.ราชบุรี เนื่องจากทั้ง 2 สภ.อยู่ในอำนาจสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมปู่และอาของเด็กรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย