อุดรธานี ผัวโหดเมายาระแวงเมียปันใจมีชู้ หาเรื่องเมีย ตบบ้องหูทุบเมียน่วมโชว์กล้อง วงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน ความซาดิสก์ผิดวิสัยสามี กระหน่ำภรรยาไม่ยั้ง สุดท้ายเจ้าของหอทนไม่ไหวแจ้งตร.จับ สำนึกผิดอยากขอโทษ ส่วนเมียบอกยังรักผูกพันผัว มีครั้งหน้าหอบลูกหนี
19 ธ.ค. 67 – ร.ต.อ สถาพร สวัสดี รอง สว.ป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากเจ้าของหอพักแห่งหนึ่ง มีเหตุชายทะเลาะกับภรรยา มีอาวุธปืนขู่ด้วย

หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยสายตรวจ 191 ทันที โดยที่เกิดเหตุเป็นหอพักไม่มีชื่อในชุมชนหนองตุ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่พบ นายตี๋ หรือนายสมเจตน์ แซ่เต็ง อายุ 31 ปี ร้องตะโกนเอะอะโวยวายภายในห้อพัก

ตร.ที่อาวุธปืนครบมือไปถึงที่เกิดเหตุ เนื่องจากรับแจ้งคนก่อเหตุมีอาวุธปืน เมื่อไปถึงก็สามารถควบคุมนายตี๋เอาไว้ได้โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน ตร.จึงควบคุมตัวนายตี๋เอาไว้ พร้อมขอค้นภายในห้องปราฏว่า พบมีดปลายแหลมห่อด้วยกระดาษ 2-3 เล่ม และลูกบอลประทัด 1 ถุง อุปกรณ์ดัดแปลงคล้ายระเบิดขวด 1 ลูก ส่วนอาวุธปืนไม่เจอ คาดว่า นายตี๋เอาไปซ่อน

ขณะที่มีวงจรปิดของหอพักจับภาพได้ชัดเจนยืนยันว่า นายตี๋ทำร้ายภรรยาจริง ตั้งแต่ 9 ธ.ค. 67 ไล่มาถึง 18 ธ.ค. 67 จะเห็นนายตี๋ที่รูปร่างใหญ่หึงเมียทะเลาะกับเมี ยจากนั้นก็ใช้ฝ่ามือตบบ้องหูเมียหลายครั้งหลายวัน ทั้งฝ่ามือทั้งเตะเมีย จนเมียทนไม่ไหว และเจ้าของหอก็เห็นพฤติกรรมไม่ไหว เห็นสามีทำร้ายภรรยา แทบทุกวัน จึงแจ้งตร.มาระงับเหตุดังกล่าว

สอบถามนายตี๋อ้างว่า ของทั้งหมดเป็นของตนเอง ส่วนปืนไม่มีขายไปแล้ว สาเหตุที่ร้องเอะอะโวยวายเพราะทะเลาะกับภรรยา นายตี๋อ้างว่า ตนเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ ปัจจุบันขายของอยู่ในจังหวัดอุดรธานี ขายของไม่ดีทำให้เครียด จึงหันไปเสพยา

ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะกับภรรยยา เนื่องจากรู้ว่า ภรรยาปันใจให้ชายอื่น จึงทำให้มีปากเสียงกันอยากจะถามความจริงกับภรรยา นายตี๋บอกอีกว่า ยอมรับว่า ตนเองเสพยาบ้าเมื่อวานเพื่อคลายเครียด ด้านเรื่องภรรยากับชายอื่นมีแน่นอน ตนรู้เขามีคนอื่น ถ้าไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอกพี่ ตนมีเหตุผลของตน

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปโรงพักชั่วคราวก่อน ขณะตอนที่ นายตี๋ อยู่ท้ายรถกระบะสายตรวจ นายตี๋ใจอ่อนอยากขอโทษภรรยาที่รุนแรงเกินไป และอยากขอโทษเจ้าของหอด้วย

น.ส นิ่ม อายุ 31 ปี ภรรยา บอกว่า สาเหตุที่ตนทนอยู่กับแฟนเพราะรักและมีลูก ส่วนอาวุธปืนที่มีผู้แจ้งว่ามีนั้น เมื่อก่อนเคยมีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ แต่เพื่อนรู้ว่า นายตี๋เป็นคนอารมณ์ร้อนและฉุนเฉียวจึงมาเอาปืนกลับไปแล้ว

สาเหตุที่ทะเลาะกันนั้น สามีอ้างว่าตนมีชายอื่น ซึ่งตนยืนยันไม่มีแน่นอน รักสามีคนดียว แต่ตนเบื่อตรงที่สามีเสพยาหลอนหาว่าเรามีชู้ จึงมีการทำข้อตกลงกันว่า ถ้าอยากอยู่ด้วยกันต้องเลิกเสพยา แต่สามีก็ยังเสพยาอยู่ หนูทนไม่ไหวจริงๆ สามีไปเสพยาแล้วหลอน หาว่าตนเองปันใจมีชายอื่น แบบนี้ไม่แฟร์เลย หนูก็บอกเป็นร้อยครั้งกับตี๋แล้วว่า ไม่มีจริงๆ แต่เขาก็ไม่เชื่อ ทำร้ายร่างกายตลอดมา แต่ครั้งหน้าหากไม่เลิกทำร้าย อาจจะพาลูกหนีก็ได้
ส่วนเจ้าของหอ บอกว่า สงสารภรรยานายตี๋ถูกทำร้ายทั้งเตะทั้งถูกฝ่ามือตบทุกวัน ชาวหอก็สงสารแถมนายตี๋ร้องตะโกนโวยวายด่าเมียจนคนในหอไม่ได้หลับไม่ได้นอน และวันนี้ก็ทำร้ายภรรยาอีกทนไม่ไหวจึงแจ้งตร.มา ระงับเหตุดังกล่าว หวังว่าเขาไปอยู่ห้องขังอยู่คราวกลับมาคงคิดได้สักนิดหนึ่งก็ยังดี