ไรเดอร์สาว หอบขยะมาทิ้งหน้าร้านอาหาร พบก่อเหตุไปทั่วทั้งเมือง ทิ้งทั้งขยะ รองเท้า และผ้าอนามัย เน้นเฉพาะลูกค้า- ร้านอาหาร ที่ใช้บริการแบบส่งเดลิเวอรี่เท่านั้น
วันที่ 6 ม.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นเจ้าของร้านอาหารส่งขายเดลิเวอรี่ โพสต์คลิปไรเดอร์หญิงหมวกกันน็อกหูแมวสีฟ้า มาทิ้งขยะไว้ที่หน้าร้าน โดยก่อเหตุ 2 ครั้ง พร้อมข้อความระบุว่า ต้องการอยากรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร หรือทางร้านไปทำอะไรให้ เพราะลักษณะเหมือนตั้งใจเตรียมการมาก่อเหตุเป็นอย่างดีโดยไม่แคร์สายตาชาวบ้านคนอื่นๆที่จะเห็นพฤติกรรมแย่ๆแบบนี้
ต่อมา เจ้าของร้าน พาผู้สื่อข่าวเดินดูที่หน้าร้านตรงที่ไรเดอร์สาวหูแมวนำขยะมาทิ้งเรี่ยราด ซึ่งขยะเป็นทิชชูที่ใช้แล้ว พร้อมทั้งขวดน้ำปลาร้าที่บรรจุของเหลวลักษณะใสในขวดที่เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ไรเดอร์สาวหูแมวนำมาเทราดก็ยังตกอยู่ที่ริมถนนหน้าร้านเช่นกัน และมีไรเดอร์มารับอาหารจากร้านไปส่งให้ลูกค้าตามปกติอยู่ต่อเนื่อง
เจ้าของร้าน กล่าวว่า ไรเดอร์รายนี้มาก่อเหตุ 2 ครั้ง คือวันที่ 30 ธ.ค.2567 และวันที่ 5 ม.ค.2568 โดยตนเองได้นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้อวงจรปิด เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมทั้งแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยังต้นสังกัดที่ไรเดอร์รายนี้ทำงานให้
โดยพบว่ามี 3 ค่ายไรเดอร์ดังด้วยกัน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเอาไว้ได้ และเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและคนใกล้เคียง เพราะไม่รู้ว่าขยะเหล่านั้นจะมีเชื้อโรคมากน้อยขนาดไหน ทั้งรองเท้าผ้าใบเก่า 1 ข้างตั้งใจวางหันหน้าเข้าร้าน ทิชชูที่ใช้แล้ว คอตตอนบัดที่ใช้แล้ว และน้ำสีใสที่หญิงรายนี้นำมาเทราดอีก
ครั้งแรกนั้นตนเองไม่เห็นเพราะอยู่หลังร้าน แต่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเห็น ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 เมื่อวานที่ผ่านมามีเพื่อนบ้านเห็นตอนก่อเหตุ โดยไรเดอร์รายนี้พูดขึ้นมาพร้อมกับเทขยะลงพื้นว่า “เก่งแท้ไปฟ้อง” ซึ่งเพื่อนบ้านก็ถามไรเดอร์ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เค้าไปทำอะไรให้คุณ ซึ่งไรเดอร์หญิงรายนี้บอกว่าถนนสาธารณะจะทำอะไรก็ได้ โดยเหตุการณ์นี้มีกล้องวงจรปิดบันทึกได้ทั้งภาพและเสียง
พร้อมทั้งชาวบ้านที่อยู่ใกล้เห็นพอดีก็ได้ถ่ายคลิปเอาไว้ให้ด้วย ก่อนที่ไรเดอร์จะขับรถจักรยานยนต์ออกไป ส่วนตัวคิดว่าสาเหตุอาจจะเกิดจากที่ร้านทำอาหารนานทำให้ลูกค้าคอมเพลน หรือเพราะพฤติกรรมของตนเองไม่ถูกใจเขาหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ส่วนตัวไม่เคยรู้จักไม่เคยเห็นหน้าเพราะคนมารับอาหารเยอะ
แต่ที่ผ่านมา 3 ปีที่ขายอาหารอยู่ตรงนี้ ไม่เคยทะเลาะกับไรเดอร์คนไหนเลย และหากไม่พอใจหรือเราทำพฤติกรรมอะไรไม่ได้ก็สามารถที่จะร้องเรียนไปยังศูนย์บริการค่ายรับส่งเดลิเวอรี่ได้ รายงานร้านค้าว่ามีพฤติกรรมแบบไหน เหมือนที่ตนรายงาน ไม่ควรมาทำพฤติกรรมแบบนี้ เพราะมีแต่เชื้อโรค หากเป็นปัสสาวะก็คงมีเชื้อโรคอยู่เยอะ
หลังจากโพสต์ไปก็ได้ข้อมูลจากคนอื่นๆมาเยอะมากมายว่าหญิงรายนี้ทำพฤติกรรมแบบนี้หลายคน ทำให้รู้ว่าไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่โดน และมีบางคนให้ข้อมูลมาว่าไรเดอร์รายนี้ขับหาเก็บขยะไปทิ้งหน้าบ้านคนด้วย ซึ่งคนที่ส่งข้อมูลมาให้ที่โดนพฤติกรรมไรเดอร์รายนี้ก่อเหตุต่างเป็นลูกค้าและร้านค้าที่ต้องเจอกับไรเดอร์คนนี้ตอนมารับส่งอาหาร ทั้งไปด่าลูกค้าว่าทำไมให้คนอื่นมารับ ทำไมไม่มารับเอง
โดยส่วนตัวได้แจ้งความไปแล้วเพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเอาอะไรมาปาใส่หน้าร้านเรา กลัวว่าจะก่อเหตุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยทางตำรวจบอกว่าเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้ เข้าข่ายความผิดพรบ.สาธารณะสุข มีโทษปรับ 2,000 บาท ซึ่งจะติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตอนนี้อยากให้ตำรวจตามตัวได้ไวๆ เพื่อให้เค้ารู้ว่าสิ่งที่เค้าทำมันผิดกฎหมาย ถ้าป่วยจิตก็ให้ไปรักษา หรือรักษาอยู่ก็กินยาให้ตรงจะได้ไม่มาก่อเหตุแบบนี้
อยากฝากถึงไรเดอร์รายนี้ว่า ไม่รู้ว่าจะเลิกทำพฤติกรรมแบบนี้ไหม อาจจะมีคนเตือนแล้ว แต่คุณทำอะไรคุณก็ต้องได้รับผลของการกระทำและต้องรับให้ได้ด้วย และฝากถึงร้านค้าหรือลูกค้าที่มีคลิปหลักฐานเข้าไปแจ้งความจะได้ช่วยกันให้ไรเดอร์รายนี้หยุดพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดเชื้อโรคด้วย
ขณะที่ นายอรรณพ อายุ 31 ที่ ไรเดอร์ที่มารับอาหาร กล่าวว่า ส่วนตัวได้ยินข่าวก็รู้สึกไม่ดี กลัวจะทำให้เสียชื่อเสียงและส่งผลกระทบต่อไรเดอร์คนอื่นๆที่ไม่รู้เรื่องไปด้วย อยากให้เหตุการณ์แบบนี้มีการพูดคุยกัน ติดใจข้องใจอะไรกับใครก็ควรพูดกันตรงๆไปเลยเพื่อจะได้แก้ปัญหาซึ่งกันและกัน ไม่ควรมาทำพฤติกรรมเช่นนี้ กลัวว่าไรเดอร์คนอื่นๆจะถูกมองเป็นแบบนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนตัวไม่เคยเห็นไรเดอร์รายนี้เพราะมีคนทำอาชีพนี้เยอะ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรับไม่ได้ และคนที่ทำก็ไม่ได้แคร์สายตาใคร ส่วนตัวคิดว่าไรเดอร์รายนี้ควรอยู่คนเดียวก่อนเพื่อจัดการตัวเอง เพราะอาชีพนี้คืองานบริการ ทั้งร้านค้า ไรเดอร์ ลูกค้า ต้องพึ่งพาอาศัยกันจึงจะอยู่ร่วมกันได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการพูดคุยกันตอนนั้นทันที หรือทักไปคุยในเพจร้าน หากมีปัญหาร้านรับออเดอร์ช้าก็คุยให้เข้าใจหรือแนะนำไปเลยว่าให้ดูโทรศัพท์บ่อยๆ