เปิดเบื้องหลัง กมธ.บุหรี่ไฟฟ้า เสนอให้ถูกกฎหมาย พบพิรุธมีกรรมาธิการ 2 คน มีความสัมพันธ์บริษัทบุหรี่ ท้าเปิดหนังสือร้องเรียนเอี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อน โยงครม.เห็นชอบร่าง แสดงเจตจำนง ปกป้องสุขภาพประชาชน พ้นแทรกแซงอุตสาหกรรมยาสูบ
15 มกราคม 2568 – ผศ.ดร.ทพ.ณัฐวุธ แก้วสุทธา คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เครือข่ายวิชาชีพทันตแพทย์ต้านภัยยาสูบ เปิดเผยว่า
จากข้อสังเกตรายงานของกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมี กรรมาธิการ 2 ท่าน ที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทบุหรี่ และมีการเคลื่อนไหววิ่งเต้นให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายมาหลายปี ก่อนที่จะเข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการชุดนี้
ซึ่งตามอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกแล้วถือว่า เป็นเรื่องต้องห้ามที่จะมีคนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทบุหรี่ เข้ามาเป็นกรรมาธิการพิจารณานโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมยาสูบ
ผศ.ดร.ทพ.ณัฐวุธ กล่าวว่า หลังจากที่มีการแต่งตั้งกรรมาธิการฯชุดนี้ เครือข่ายนักวิชาการด้านสุขภาพ ได้ทำหนังสือยื่นต่อ ประธานกรรมาธิการฯ รวมถึง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต่ำกว่า 5 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลถึงความสัมพันธ์ของ กรรมาธิการ 2 คนนี้ กับบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ
กรณีเคยเป็นบอร์ดบริหารขององค์กรที่รับเงินจากบริษัทบุหรี่ รวมทั้งพฤติกรรมที่ส่อต่อการขัดจริยธรรมของกรรมาธิการรายนี้ เช่น การโฆษณาโปรโมทบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในช่อง Youtube ส่วนตัว และปรากฏตัวในช่อง Tik Tok ของร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า
“อยากเรียกร้องให้ กรรมาธิการฯ ชุดนี้ เปิดเผยหนังสือร้องเรียนต่างๆ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและข้อสังเกตด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการ 2 ท่านนี้ต่อสาธารณะ และบรรจุในรายงานฉบับสมบูรณ์ที่จะนำไปรายงานต่อสภาฯ เพื่อให้สังคมตรวจสอบ และตัดสินถึงความชอบธรรมของกรรมาธิการฯ ว่าจะมีการแทรกแซงโดยบริษัทบุหรี่ข้ามชาติหรือไม่” ผศ.ดร.ทพ.ณัฐวุธ กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า เมื่อ 24 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ครม. เพิ่งมีการเห็นชอบร่างหนังสือแสดงเจตจำนง ว่าด้วยการให้คำมั่นอันเป็นหนึ่งเดียวของประเทศสมาชิกอาเซียนในการปกป้องสุขภาพของประชาชนจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ
โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการควบคุมยาสูบ ซึ่งสอดคล้องกับอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบ ที่ไม่ต้องการให้บริษัทบุหรี่ เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบ ดังนั้นยิ่งแสดงให้เห็นว่า การดำเนินงานของกรรมาธิการฯ พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้าชุดนี้ที่มีบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทบุหรี่ขัดต่อหนังสือแสดงเจตจำนงฉบับนี้ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว
ผศ.ดร.นพ.วิชช์ กล่าวว่า ศจย.ได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีความพยายามสร้างข่าวบิดเบือนหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการดิสเครดิตการทำงานขององค์การอนามัยโลก หรืออ้างว่า ประเทศที่บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายอย่าง สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สามารถควบคุมการระบาดบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนได้ ทาง ศจย.ได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือนเพื่อจะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทบุหรี่ และต้องการสร้างภาพให้กับบุหรี่ไฟฟ้า
“กรณีของนิวซีแลนด์ อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชน เพิ่มสูงขึ้นมาก หลังจากนิวซีแลนด์เปิดให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเมื่อปี 2018 ปัจจุบันเยาวชนนิวซีแลนด์สูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 16.4% ทำให้ภาพรวมการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบของเยาวชนนิวซีแลนด์กลับมาสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี ทั้งๆ ที่ก่อนที่จะมีบุหรี่ไฟฟ้า อัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบของเยาวชนนิวซีแลนด์ต่ำกว่า 5%” ผศ.ดร.นพ.วิชช์ กล่าว