พยาบาล สุดเศร้า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็น หมอ ทนาย และตำรวจ หลอกซ้ำซ้อน สูญเงินเก็บเกือบ 3 ล้าน หวังไว้ใช้รักษาแม่ป่วยติดเตียง-ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย

วันที่ 16 ม.ค.2568 นางบี (นามสมมติ) อายุ 48 ปี ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอกร่วมลงทุนร้านค้าออนไลน์ สูญเงินไปครั้งแรก 1.8 ล้านบาท ครั้งที่สอง 9.5 แสนบาท

ซึ่งครั้งแรกแจ้งความกับ พ.ต.ท.พีระ ราศี สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2567 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2568 รวมสูญเงินไป 2.75 ล้าน

พยาบาล สุดเศร้า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็น หมอ ทนาย และตำรวจ หลอกซ้ำซ้อน สูญเงินเก็บเกือบ 3 ล้าน หวังไว้ใช้รักษาแม่ป่วยติดเตียง-ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย 

พยาบาล สุดเศร้า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็น หมอ ทนาย และตำรวจ หลอกซ้ำซ้อน สูญเงินเก็บเกือบ 3 ล้าน หวังไว้ใช้รักษาแม่ป่วยติดเตียง-ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย

นางบี กล่าวว่า ตนเป็นพยาบาลวิชาชีพ อยู่ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี โดยเมื่อช่วงต้นเดือนธ.ค.2567 มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรมาแนะนำตัวว่าเป็นหมอชื่อ “เนม” อยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นหมอโรคสมอง จึงสอบถามว่าตนต้องการขายที่ดินที่ จ.นนทบุรี หรือไม่ เพราะพี่สาวอยากซื้อ ตนบอกว่าไม่มีที่ดินอยู่ จ.นนทบุรี

จากนั้นก็อ้างว่าโทรผิด นึกว่าเป็นเบอร์โทรเจ้าของที่ประกาศขายที่ดิน แล้ววางสายไป หลังจากนั้นก็โทรมาหาอีก พร้อมกับขอไลน์ แล้วโทรมาพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ ชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

โดยได้พูดแสดงความเป็นห่วงเป็นใยว่าเหนื่อยไหมทำงานที่โรงพยาบาล ตนก็บอกว่าเหนื่อย เพราะต้องดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียงด้วย หมอเนมก็เลยชักชวนไปขายของออนไลน์ หารายได้เพิ่มในติ๊กต็อก เป็นสินค้าผู้หญิงใช้ มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง น้ำหอม ให้ตนลงทุน 30,000 บาท ได้กำไร 10,000 บาท ตนหลงเชื่อในคำชักชวน จึงโอนเงินไปลงทุน

โอนเงินครั้งแรก 30,000 บาท ได้กำไร 10,000 บาท โอนไปครั้งที่สอง 40,000 บาท ก็ได้กำไรคืนมา ทำให้เชื่อสนิทว่าได้เงินจริง โอนครั้งที่ 3 โดยหมอเนมบอกว่ามีสินค้าล็อตใหญ่ราคา 400,000 บาท ตนก็โอนไป 400,000 บาท กลับบอกว่าสินค้ายังไม่มา แต่ก็มีออร์เดอร์มาอีก 700,000 บาท ตนก็โอนไปอีก

ปรากฏว่า สินค้าทั้ง 2 ล็อตก็ยังไม่มา แต่หมอเนมก็บอกว่ายังมีออเดอร์มาอีก 6.5 แสนบาท ก็ชวนตนลงทุนอีก ตนก็โอนเงิน 6.5 แสนบาทไปอีก ตนเอะใจว่าลงทุนไปทั้ง 3 ล็อต รวมเป็นเงินกว่า 1.8 ล้านบาท ทำไมยังไม่ได้กำไรกลับมา

นางบี กล่าวต่อว่า ซึ่งหมอเนมก็อ้างว่าสินค้ายังไม่มา และยังชวนลงทุนอีก ตนคิดว่าถูกหลอกแล้วจึงหยุดโอนเงินลงทุน พอตนหยุดโอน ร้านค้าออนไลน์ก็ปิด แล้ววันที่ 31 ธ.ค.2567 ตนจึงมาแจ้งความกับ พ.ต.ท.พีระ

ต่อมาวันที่ 14 ม.ค.2568 ได้มีเฟซบุ๊กเด้งขึ้นมา ชื่อว่า “ทนายนันทภัทร” ทักข้อความมาหาว่า เป็นผู้เสียหายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช่เหรือไม่ ตนเป็นทนายสามารถช่วยเอาเงินคืนได้ เพราะช่วยเหลือมาหลายคนแล้ว เพราะความอยากได้เงินคืนจึงแอดไลน์กับทนายความ

ต่อมา ทนายความ ได้ส่งไลน์ พล.ต.ท.ชลิต (ขอสงวนนามสกุล) ตำแหน่งรองผู้กำกับ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ตนติดต่อกับคนนี้ ตำรวจแจ้งว่าถ้าจะเอาเงินคืนได้ ต้องเข้าไปเทรดหุ้น ผ่านแอป Set Thailand และสอบถามว่ามีเงินเท่าไหร่ ตนบอกว่ามี 100,000 บาท

จากนั้นก็ให้ตนโอนเงินให้กับฝ่ายไอที จำนวน 100,000 บาท จากนั้นก็มีผลกำไรโอนกลับคืน 60,000 บาท แต่ต้นทุน 100,000 บาท ก็ยังคงไว้ในบัญชี จากนั้นก็ถามว่ามีเงินในบัญชีเท่าไหร่ ตนก็บอกว่ามี 2-3 แสนบาท

ตำรวจไซเบอร์ก็บอกให้ตนโอนลงทุนทั้งหมด จะได้เงินคืนมา ตนจึงลงทุนไป 8.5 แสนบาท โดยยืมพี่ชายและญาติมาลงทุนด้วย พอโอนเงิน 8.5 แสนบาท จะได้คืน 3.1 ล้าน และให้ไปกดเงินได้เลย แต่ต้องเสียภาษี 30 เปอร์เซ็นต์ คือ 9.3 แสนบาท ก็รู้ว่าถูกหลอกอีกแล้ว

ตอนแรกโดนหลอกไป 1.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เตรียมไว้รักษาแม่ที่ป่วยติดเตียง และเตรียมไว้ให้ลูกสาวเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่พอรู้ว่าถูกหลอกก็ยังเหลือเงินติดบัญชี 300,000 บาท

แต่พอทนายมาหลอกมาช่วยได้ แล้วแนะนำให้ไปรู้จักกับตำรวจไซเบอร์หลอกสูญเงินไปอีก 9.5 แสนบาท คิดว่าบุคคลทั้งหมอเนม ทนายนนทภัทร และ พล.ต.ท.ชลิต เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นแก๊งเดียวกัน โดนหลอกซ้ำซ้อน ซึ่งธนาคารได้อายัดบัญชีทั้ง 3 บัญชีเรียบร้อย ตนสูญเงินเก็บ 2 ล้าน และเป็นหนี้อีก

“อยากให้ตำรวจตามจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยากเตือนให้เป็นอุทาหรณ์ อย่าเชื่อเรื่องการลงทุนทางไลน์และเพจที่เขาแนะนำมาเด็ดขาด จะสูญเงินเก็บมาทั้งชีวิต และยังหนี้เหมือนกับตน โดนหลอกซ้ำซาก จนหมดตัว” ผู้เสียหาย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน