อุดรธานี โรงงานน้ำตาลบ้านผือ เดินเครื่อง ยังไม่รับอ้อยไฟไหม้ หวั่นถูกสั่งปิดซ้ำ ชาวไร่อ้อยช้ำ จ่อเน่าคารถ 590 คัน วอนเห็นใจ ช่วยหาทางออกด้วย พร้อมยินยอมทำตามนโยบายรัฐบาลแล้ว
18 ม.ค. 68 – จากกรณี สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี มีหนังสือถึง บ.ไทยอุดรธานี เพาเวอร์ จก. โรงงานไฟฟ้าชีวะมวล โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ทดลองเดินเครื่องจักร ระหว่างวันที่ 17-30 ม.ค.

ซึ่งทางสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ ไทยอุดรบ้านผือ ยืนยันว่าได้รับการอนุโลมหีบอ้อยให้หมด ทั้งอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้ หลังจากชาวไร่อ้อยทราบข่าว ทำให้ความตึงเครียดเริ่มลดลง ที่สามารถทำให้โรงงานเดินเครื่องต่อได้ ในช่วงค่ำของวานนี้
ความคืบหน้าล่าสุด ที่ลานจอดรถบรรทุกอ้อย รง.น้ำตาลไทยอุดรธานี ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง โดยมีชาวไร่อ้อยบางส่วนได้นำรถบรรทุกอ้อยไฟไหม้ ถอยหลังเข้ามาขวางทางเข้า เพื่อไม่ให้รถบรรทุกอ้อยสดเข้าไปในโรงงาน เนื่องจากไม่พอใจที่โรงงานยังไม่รับอ้อยไฟไหม้

ซึ่งกลุ่มที่มาปิดทางเข้า เป็นกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยบางส่วน ประมาณ 50 ราย คาดว่าเกิดจากการสื่อสารที่ยังสับสน เนื่องจากโรงงานฯ ยืนยันว่า ยังมีการเปิดรับอ้อยไฟไหม้ เนื่องจากกังวลว่า ช่วงทดลองเดินเครื่องจักร หากทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่ผ่าน อาจถูกสั่งปิดโรงงานอีก
หลังจากนั้นคณะกรรมการสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ ไทยอุดรบ้านผือ ได้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยและทำความเข้าใจ กลุ่มที่ปิดทางเข้าจึงยินยอมเปิดทาง ถอยรถออกจากหน้าทางเข้า และสลายตัวไปในที่สุด

แต่ก็ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่พอสมควร เพราะหลายคนที่รถบรรทุกอ้อยไฟไหม้ต้องติดอยู่ในลานจอดนั้น อยากให้มีการช่วยเหลือหาบริเวณเทอ้อยไฟไหม้ล็อตที่นี้ก่อน เพื่อที่จะได้นำรถบรรทุกกลับไปขนอ้อยสดมาเข้าโรงงาน อยากให้หาทางออกให้กับชาวไร่ในจุดนี้ เพราะเข้าใจและยินยอมทำตามนโยบายแล้ว แต่ก็อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทางโรงงานเห็นใจและเข้าใจในปัญหาตรงนี้ แต่ก็มีบางส่วนเริ่มน้ำรถบบรรทุกอ้อย ไปยังโรงงานอื่นที่อยู่ใกล้เคียงแล้วส่วนหนึ่ง
นายวรพจน์ บุรุษภักดี เลขาธิการสมาคม ฯ เปิดเผยว่า เมื่อเช้านี้ชาวไร่อ้อยที่นำอ้อยไฟไหม้ที่มาติดค้างอยู่ก่อนหน้า เห็นรถอ้อยสดวิ่งเข้าโรงงาน เพื่อไปชั่งน้ำหนัก จึงมีการนำรถบรรทุกอ้อยไฟไหม้ถอยมาปิดทางเข้า เพื่อไม่ให้รถบรรทุกอ้อยสดเข้าไปหีบ เพราะได้แต่เห็นรถอ้อยสดวิ่งผ่าน จึงเกิดความคับแค้นใจจากการรอเทอ้อยมาก่อนหน้านี้เป็นเวลานาน ชาวไร่เข้าใจว่าเมื่อได้เดินเครื่องแล้ว จะได้หีบอ้อยทั้งหมด กลับกันเขารับหีบแต่อ้อยสด แต่อ้อยไฟไหม้ไม่ได้หีบเลยสักลำ ทั้งที่เมื่อวานนี้คณะของผู้ใหญ่ที่มา บอกว่าจะรับหีบอ้อยทั้งหมด ทั้งอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้ แล้วจะค่อยนำอ้อยสดล็อตใหม่เข้ามา

“ตอนแรกทางสมาคมฯ เองคิดว่าจะหยุดเคลื่อนไหวแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก ก็ยังคงปักหลักอยู่เพื่อดูแลชาวไร่ต่อ ได้ตั้งโต๊ะลงทะเบียนชาวไร่ที่นำอ้อยไฟไหม้เข้ามาในโรงงาน จากการสรุปแล้วตอนนี้มีอยู่ 590 คัน ตัวเลขที่ลดลงไปจาก 2,000 คัน เนื่องจากชาวไร่บางส่วนรอไม่ได้ กลัวว่าอ้อยจะเสียหาย ได้นำอ้อยไฟไหม้ส่วนหนึ่งออกไปยังโรงงานต่างๆ ทางสมาคมฯเองก็ยังไม่ได้ติดตามว่า ได้รับการตอบรับจากที่อื่นหรือไม่ รวมทั้งอ้อยสดส่วนหนึ่งก็เริ่มทยอยเข้าโรงงานแล้วตั้งแต่ 19.00 น. วานนี้ หลังจากนี้จะนำเอกสารรายชื่อชาวไร่ที่เดือดร้อน ทำหนังสือถึงท่านนผู้ว่าฯ อีกครั้งในวันจันทร์นี้”
เลขาธิการสมาคม ฯ กล่าวต่อไปอีกว่า เรื่องความหวังที่จะช่วยเหลือชาวไร่ที่เดือดร้อนตอนนี้ ไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่จะต้องทำให้เต็มที่ ขอใช้คำว่าถ้าบุญวาสนาเราดีก็คงได้รับการตอบสนอง ตอนนี้ถือว่าเป็นทางตัน หากวัน 1-2 วันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข อย่างที่พูดมาตลอดอ้อยส่วนนี้ต้องเสียหาย ถ้ามัน บูดมันเน่า คุณภาพลด โรงงานไม่รับซื้อ แล้วเราจะเอาไปทิ้งที่ไหน เรื่องการปิดถนนหากทางตัน จริงๆแล้วเราไม่อยากทำ จึงขอวิงวอนให้ช่วยพวกเราด้วย ขอให้นายกอุ๊งอิ๊ง ช่วยกรุณาชาวไร่อ้อยในครั้งนี้ ปีนี้ ปีหน้าขอสัญญาว่าจะปฏิบัติตามนโยบายที่ให้ไว้

นายสำนวน ปรีนาลำ อายุ 69 ปี ชาวไร่อ้อย อ.บ้านผือ เปิดเผยว่า ติดอยู่ที่นี่มา 5 วันแล้ว เมื่อวานมีคำสั่งให้เดินเครื่องหีบอ้อยแล้ว พวกเราก็ดีใจแต่ไม่รับอ้อยไฟไหม้ เราก็ไม่มีปัญญาไปเอาอ้อยสดมา ขอพื้นที่เทอ้อยไฟไหม้ก่อนได้หรือไม่ เราจะได้เอาอ้อยสดมาหีบ
ความเสียหายแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 20 ตัน หรือประมาณ 2-3 หมื่นบาท รถบรรทุกต้องจมอยู่ที่นี่ ถูกขังอยู่ที่นี่ เราตัดอ้อยสดไว้แล้ว แต่ไม่มีรถไปขนย้าย ยังมีความหวังให้สมาคมช่วย เราอยากทำอ้อยสดอยู่แล้ว แต่ก็ติดเรื่องต้นทุน จ่ายค่าแรงน้อยก็ไม่มีใครอยากทำ จ่ายค่าแรงมากเราก็ขาดทุน

ในอนาคตหากเป็นอ้อยสด ก็อยากให้เพิ่มเงินหรือประกันราคาที่ 150 – 200 บาทต่อตัน ถ้าแบบนี้เราจะอยู่ได้ ที่ผ่านมาทำไร่อ้อยมากกว่า 30 ปี ส่งโรงงานนี้ตั้งแต่เปิดโรงงานไม่ต่ำกว่า 14 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ปีนี้เป็นปีแรก คิดว่าเขาจะเล่นงานอะไรกันหรือเปล่า อันนี้ตนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ พวกเราเดือดร้อน ที่ผ่านมามาก็บอกว่าอ้อยสดให้ตัดเท่านี้ ไฟไหม้เท่านี้ ก็ไม่ปัญหา แต่ปีนี้รู้สึกจะปัญหาเยอะ อยากให้ช่วยพวกเราด้วย ติดอยู่นี่มา 4-5 คืนแล้ว ต้องเสียรายได้ไปพอสมควร หากได้วิ่งอ้อยอย่างน้อยก็วันละ 1-2 พัน แต่อันนี้ไม่ได้อะไรเลย ต้องซื้อกินซื้ออยู่ เงินก็หมดไปวันวัน
นายสำลี พรมภักดี อายุ 61 ปี ชาวไร่อ้อย อ.น้ำโสม เปิดเผยว่า ตนทำไร่อ้อย 20 ไร่ มาแค่รถบรรทุก 1 คัน ติดอยู่ที่นี่มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตนมองว่าคำตอบของคณะผู้ใหญ่ที่มาเมื่อวานนี้ชัดเจน แต่ไม่เป็นทางการ เขาบอกว่าจะหีบอ้อยทั้งอ้อยไฟไหม้และอ้อยสด เรารู้เราก็ดีใจ ต่างพากันตบมือโฮ่ร้อง แต่ค่ำมาแล้วมันไม่ใช่ มีแต่อ้อยสดที่ได้เข้าโรงงาน ก็ขอร้องให้เราได้ลงอ้อยก่อน เพราะต้องเอารถไปขนอ้อยสดเนื่องจากตัดไว้แล้ว ก่อนหน้าที่จะตัดอ้อย ก็ถามโรงงานแล้วว่าจะให้ตัดสดหรือไม่ เขาก็บอกว่าเผามาเลย ไม่เป็นไร เราก็ทำตามที่เขาว่า แล้วก็มาเจอปัญหาแบบนี้

“จริงๆ เราอยากตัดอ้อยสดอยู่แล้ว แต่พอเกิดปัญหาขึ้น โทรหาหัวหน้าเขตอ้อยเขาก็ไม่รับโทรศัพท์อีกเลย ขอแค่ช่วยจัดการอ้อยในลานตอนนี้ให้หมดก่อน ให้จัดการรถที่ติดค้างในนี้ให้หมดก่อน จะได้ไปเอาอ้อยมา ตนรับได้ในการตัดอ้อยสด ปีหน้าก็ต้องทำให้ไวขึ้น จ้างคนให้มากขึ้น คิดว่าไหวแน่นอน ตอนนี้อยากให้นายกอุ๊งอิ๊งช่วยเหลือพวกเราด้วย ผิดพลาดไปแล้วก็ขอโอกาสเราด้วย เราไม่มีเจตนา”