บังคับใช้ตั้งแต่วันนี้! กรมควบคุมมลพิษ แจ้ง ให้เวลาแก้ไขรถควันดำ 15 วัน เตือนค่าฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมเมืองกรุง 31 ม.ค. – 4 ก.พ. นี้ เหตุอากาศนิ่ง-จมตัว-ลมสงบ ฝุ่นพิษสะสมแบบฝาชีครอบ
29 ม.ค. 68 – นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าฝุ่นมีแนวโน้มสูงเกินค่ามาตรฐาน ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. – 4 ก.พ. นี้
เนื่องจากสภาพอากาศปิดนิ่ง จมตัว และลมสงบจนเกิดการสะสมของฝุ่นในระดับใกล้ผิวพื้นในลักษณะรูปแบบฝาชีครอบ และผลกระทบจากการเผาของประเทศเพื่อนบ้าน แล้วลมพัดพาหมอกควันข้ามแดนเข้ามาในไทย จึงจำเป็นต้องให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ช่วยกันลดฝุ่นจากแหล่งกำเนิดให้ได้มากที่สุดช่วงที่เกิดวิกฤตฝุ่นรุนแรง
ขณะที่ทุกหน่วยงานกำลังขับเคลื่อนแก้ปัญหาอย่างเต็มกำลัง เช่น กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งชัดเจนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดควบคุมการเผาทุกพื้นที่ให้ได้ เชื่อว่า สถานการณ์ฝุ่นจะค่อยๆ เบาบางลงได้
น.ส.ปรีญาพร กล่าวอีกว่า ในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ แหล่งกำเนิดของฝุ่น PM2.5 ยังคงมาจากรถยนต์ ซึ่งรัฐบาลได้ให้นโยบายในการบังคับการใช้กฎหมายที่เข้มงวดกับแหล่งกำเนิดมลพิษทุกชนิด โดยเฉพาะการตรวจสอบตรวจจับและระงับใช้ยานพาหนะที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก รถโดยสารประจำทางที่เป็นของหน่วยงานรัฐและรถร่วมบริการ คพ. จึงร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร ยกระดับมาตรการห้ามใช้รถที่ปล่อยควันดำ โดยเข้มข้นบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก และ พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
อธิบดีคพ. ย้ำว่า ทั้งนี้ถ้าปรากฏว่าผู้ขับขี่นำรถที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐานไปใช้ในทาง จะต้องถูกปรับสูงสุดตามบทบัญญัติของกฎหมาย เจ้าพนักงานจราจรจะใช้อำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถที่มีควันดำเกินมาตรฐานต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลา 15 วัน ซึ่งเป็นการลดระยะเวลาจากเดิมที่กำหนด 30 วัน เนื่องจากพบว่า มีการนำรถที่มีปัญหาควันดำ ซึ่งถูกติดสติกเกอร์ “ห้ามใช้ชั่วคราว” เพื่อให้นำรถไปปรับปรุงแก้ไขมาวิ่งในช่วงเวลาที่ห้ามใช้ มาตรการนี้จะใช้บังคับกับรถทุกประเภท เริ่มดำเนินการตั้งแต่บัดนี้
ทั้งนี้ สำหรับรถที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐานจะถูกปรับ 1,000 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และติดสติ๊กเกอร์สีเหลืองระงับการใช้รถชั่วคราว จนกว่าจะนำรถไปบำรุงรักษาเครื่องยนต์ หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ปรับปรุงแก้ไข จะถูกติดสติ๊กเกอร์สีแดง ห้ามใช้เด็ดขาด และถูกปรับเพิ่มเติมอีก 5,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 พร้อมทั้งประสานไปที่กรมการขนส่งทางบก เพื่อระงับการต่อภาษีรถ