ยอมสึกแล้ว เจ้าอาวาสวัด จ.ขอนแก่น ปมภาพหลุดเซลฟี่คู่สาว เจ้าตัวก้มหน้าน้ำตาซึม รับเป็นภาพจริง เมื่อ 3 ปีก่อน
วันที่ 13 ก.พ. 68 ภายหลังจากเจ้าอาวาสวัด ต.บ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เดินทางเข้าพบคณะสงฆ์ภายในห้องประชุมวัด โดยมีพระครูปริยัติสารวิสุทธิ์ จันทร์เรือง เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรืองและเจ้าคณะอำเภอบ้านไผ่ รวมทั้งเจ้าคณะตำบล พร้อมด้วย นายวรรลพ วลัยศรี ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านไผ่ กำนันตำบลบ้านลาน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสร้างแป้นหมู่1 และหมู่12 และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น
ร่วมพิจารณาดำเนินการตามวินัยของสงฆ์ กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพของเจ้าอาวาสวัด ถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับหญิงในห้องพักรีสอร์ต ซึ่งขณะที่คณะสงฆ์กำลังพิจารณาตามวินัยของสงฆ์นั้น ก็มีชาวบ้านจากบ้านสร้างแป้นเดินทางมาให้กำลังใจเจ้าอาวาสหลาย 10 คน และให้สึกจากการเป็นพระสงฆ์ภายใน 7 วัน
พระครูปริยัติสารวิสุทธิ์ จันทร์เรือง เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรืองและเจ้าคณะอำเภอบ้านไผ่ เปิดเผยว่า เนื่องจากวินิจฉัยตามอริยศ 2 ซึ่งมีข้อวินิจฉัยว่า ถ้าอยู่ 2 ต่อ 2 กับผู้หญิงในกรณีที่ลับตา แต่ได้ยินอยู่ ซึ่งมีบุคคลที่เชื่อถือได้มากล่าวหาว่าท่านเป็นอาบัติตั้งแต่ปาราชิกลงมา คือรับอย่างไรให้ปรับอย่างนั้น
อีกกรณีอยู่ในที่ลับหูแต่เห็นอยู่ก็จะปรับตั้งแต่สังฆาทิเสสลงมา และในกรณีที่มีภาพปรากฏนั้นเห็นได้ว่าเป็นสังฆาทิเสส ไม่มีเสร็จกิจในการเสพสู่หรือการร่วมเพศ และตัวเจ้าอาวาสเองก็ไม่ได้รับด้วยเช่นกันรับเพียงว่าเป็นภาพที่ถ่ายไว้ 3 ปีที่ผ่านมา และรู้จักกับหญิงในภาพ 4 ปี
แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อกันอีก โดยรู้จักกันจากการไปเทศนาธรรม สนใจในธรรมก็ได้มีการพูดคุยและรู้จักกัน ในส่วนภาพที่หลุดมานั้นทางเจ้าอาวาสก็ไม่ทราบว่าหลุดออกมาได้อย่างไร และไม่ทราบว่าใครปล่อยภาพออกมาและไม่ยืนยันว่าจะเป็นฝ่ายหญิงหรือไม่
การพิจารณานั้นพิจารณาจากคำให้การของเจ้าตัวตามพระธรรมวินัย โดยมีภาพถ่ายเป็นองค์ประกอบในการพิจารณา และได้มีการติดต่อทางฝ่ายหญิงแต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงไม่ได้ข้อเท็จจริงจากฝ่ายหญิง แต่ได้ข้อมูลจากทางเจ้าอาวาสซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับ
เบื้องต้นนั้นเป็นทั้งอาบัติสังฆาทิเสสและเป็นอาบัติปาราชิก แต่การพิจารณาโทษเป็นมติคณะสงฆ์ร่วมกันตามพระธรรมวินัย จะแตกต่างจากกฎหมายที่จะตัดสินโดยศาล โดยมติคณะสงฆ์ได้ลงความเห็นร่วมกันว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส ให้ออกนอกพื้นที่ปกครอง อ.บ้านไผ่ ทันที ในอนาคตแม้มีหลักฐานเพิ่มเติมก็สิ้นสุดที่การสึกเช่นเดิม
หากมีหลักฐานเพิ่มต้องมีฝ่ายหญิงยอมรับว่ามีการร่วมเพศกัน จึงจะเป็นอาบัติปาราชิกก็ต้องว่ากันในเรื่องของอนาคต และการสึกด้วยการอาบัติสังฆาทิเสสก็สามารถกลับมาบวชใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่การให้โอกาสทุกอย่างเป็นไปตามพระธรรมวินัย แต่ก็คงอีกนานถึงจะกลับมาบวชใหม่ เพราะศาสนาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศรัทธาญาติโยม หลังจากนี้ก็จะส่งรายงานต่อให้กับทางสำนักพุทธดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ภายหลังจากที่ทางคณะสงฆ์มีการประชุมและมีมติ ทางเจ้าอาวาสได้ทำการสึกเป็นฆราวาสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากเปลี่ยนชุดเจ้าตัวได้เดินออกมาจากห้องประชุม ซึ่งเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเสื้อยืดสีเทา กางเกงวอร์มสีดำ หมวกแก๊ปสีดำและสวมใส่หน้ากากอนามัยสีขาว
โดยสังเกตเห็นแววตาว่าเศร้า ตาแดงมีน้ำตาซึม เหมือนคนเพิ่งร้องไห้เสร็จ โดยได้เดินมุ่งตรงไปขึ้นรถยนต์กระบะ 4 ประตูที่มาจอดรออยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว โดยยกมือไม่ขอตอบคำถามสื่อมวลชนที่พยายามสอบถามอยากให้ทางเจ้าตัวได้ชี้แจงหรือพูดถึงกรณีที่เกิดขึ้น
โดยทางอดีตเจ้าอาวาสได้ยกมือเหมือนจะแสดงสัญลักษณ์ว่าไม่ขอพูดหรือตอบคำถามสื่อ ก่อนที่คนขับจะขับพาออกจากวัดไปทันที