บกปภ.ช. ยันค่าฝุ่นPM2.5 ดีขึ้นในทุกพื้นที่ เฝ้าระวัง 15-17 ก.พ. กำชับจังหวัดใช้ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ รวดเร็ว เผย 73 จว.ประกาศห้ามเผาเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2568 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง/เลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พบว่าสถานการณ์ฝุ่นในวันนี้โดยภาพรวมดีขึ้นในทุกพื้นที่ ไม่มีพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในเกณฑ์สีแดง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันตกและภาคตะวันออก ยังคงมีพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม แต่โดยภาพรวม มีจำนวนน้อยลงกว่าเมื่อวาน(13 ก.พ.) ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือสถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

ภาคใต้มีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีระดับสีฟ้าและสีเขียว มีเพียงจ.ชุมพรจังหวัดเดียวที่มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม โดยจังหวัดที่มีค่าฝุ่นเฉลี่ยสูงสุดวันนี้ ณ เวลา 07.00 น. คือ กรุงเทพมหานคร สระบุรี แพร่ ปทุมธานี และพิษณุโลก

นายภาสกร กล่าวว่า สถานการณ์ในวันที่ 15 -17 ก.พ.ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ เนื่องจากมีสภาพอากาศปิด คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นในช่วงวันที่ 18 ก.พ.เนื่องจากมีลมพัดผ่านประเทศไทย ทำให้สภาพอากาศเปิดและการระบายอากาศดีขึ้น

สำหรับจุดความร้อน (Hotspot) ในวันนี้ มีทั้งสิ้น 1,400 จุด ซึ่งมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และจุดความร้อนที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ป่ามากกว่าพื้นที่การเกษตรกว่าหนึ่งเท่าตัว โดยจังหวัดที่มีจุดความร้อนมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ กาญจนบุรี เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ลำปาง และอุตรดิตถ์

นายภาสกร กล่าวต่อว่า จากข้อมูลจุดความร้อนทำให้เห็นว่าภายหลังการ Kick off รณรงค์ “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา” ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนจุดความร้อนลงลดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ ก่อนกลับมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 10 ก.พ.

จึงขอให้จังหวัด ใช้ข้อมูลจุดความร้อนแต่ละวันในการชี้เป้าหมายพื้นที่ที่จะต้องเข้าแก้ไข ทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม เขต สปก. พื้นที่ชุมชน รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ เพื่อให้การปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าเป็นไปอย่างแม่นยำและตรงเป้าหมาย รวมถึงดำเนินการตามาตรการทั้งในด้านการเฝ้าระวัง ป้องปราม ระงับ ยับยั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการเผาในพื้นที่

ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนทราบสถานการณ์ ความจำเป็นของภาครัฐในการควบคุมการเผาอย่างเด็ดขาด ตลอดจนผลกระทบที่มีต่อสุขภาพ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่และลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามมาตรการของภาครัฐ

พร้อมกันนี้ขอให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนในประเด็นของการเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น ผลกระทบที่มีต่อสุขภาพ และวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐาน

ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมปภ. ในฐานะประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา จังหวัดและหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เห็นได้จากการประกาศเป็นพื้นที่ห้ามเผา

ในวันนี้มีจังหวัดประกาศเป็นห้ามเผาเด็ดขาดแล้วจำนวน 73 จังหวัด อีก 3 จังหวัดอยู่ระหว่างดำเนินการ การประกาศปิดป่า เพื่อป้องกันการเผาป่ารวม 134 พื้นที่ การส่งเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุเข้าดับไฟป่า การตรวจจับรถควันดำ การตรวจโครงการก่อสร้างเพื่อป้องกันฝุ่นละออง การสนับสนุนหน้ากากอนามัยและการจัดห้องปลอดฝุ่นบริการประชาชน

ถึงแม้วันนี้สถานการณ์ฝุ่นโดยภาพรวมจะดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มข้นจนกว่าค่าฝุ่นในทุดพื้นที่ของประเทศไทยจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรการ ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายสหรัฐ กล่าวว่า ในส่วนของ ปภ. ได้ดำเนินการตามมาตรการลดฝุ่น 6 ข้อ และข้อสั่งการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด รวมถึงเตรียมพร้อมสรรพกำลัง เจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย สนับสนุนจังหวัดที่มีสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ในการควบคุมสถานการณ์ แก้ไขปัญหา และบรรเทาผลกระทบที่มีต่อประชาชน

ปัจจุบัน ปภ. ร่วมกับกองทัพบก (ทบ.) ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 ไปประจำการ 2 พื้นที่หลัก คือ

จุดที่ 1 ประจำการ ณ ค่ายวชิรปราการ จ.ตาก จำนวน 1 ลำ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2568 ถึงปัจจุบัน ได้ออกปฏิบัติการขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย อ.บ้านตาก และอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช อ.เมืองตาก จ.ตาก รวม 3 เที่ยวบิน ทิ้งน้ำดับไฟป่า รวม 32 รอบ ปริมาณน้ำรวม 96,000 ลิตร

จุดที่ 2 ประจำการ ณ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี จำนวน 1 ลำ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. 2568 ถึงปัจจุบัน ได้มีการออกปฏิบัติการขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีสวัสดิ์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี รวม 3 เที่ยวบิน ทิ้งน้ำดับไฟป่า รวม 38 รอบ ปริมาณน้ำรวม 114,000 ลิตร

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะติดตามสถานการณ์และรายงานข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ประชาชนทราบเป็นระยะ ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ X @DDPMNews หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเรื่องได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” @1784DDPM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน