แม่สุดเศร้า พบลูกกลายเป็นศพ จมน้ำ กลางมหาวิทยาลัยดัง หลังหายออกจากบ้าน 14 ก.พ. เปิดปมวันเกิดเหตุ เผย เรื่องได้กลิ่นศพ-เสียงถอนหายใจอย่างแรง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 ก.พ.2568 ร.ต.อ.นนทพันธ์ บุดดี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งเหตุพบร่างคนเสียชีวิตภายในบึงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างขอนแก่น สามัคคีอุทิศ แพทย์เวร โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และประสานไปยัง นางธัญลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ซึ่งแจ้งความตามหาลูกชายหายตัวออกจากบ้านไปเมื่อกลางดึกวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา

แม่สุดเศร้า พบลูกกลายเป็นศพ จมน้ำ กลางมหาวิทยาลัยดัง หลังหายออกจากบ้าน 14 ก.พ. เปิดปมวันเกิดเหตุ เผย เรื่องได้กลิ่นศพ-เสียงถอนหายใจอย่างแรง

แม่สุดเศร้า พบลูกกลายเป็นศพ จมน้ำ กลางมหาวิทยาลัยดัง หลังหายออกจากบ้าน 14 ก.พ. เปิดปมวันเกิดเหตุ เผย เรื่องได้กลิ่นศพ-เสียงถอนหายใจอย่างแรง

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตในบึง สภาพศพลอยคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขายาวสีดำ ก่อนจะค่อย ๆ ลอยมาติดฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างขึ้นมาให้แพทย์ร่วมทำการชันสูตรบนฝั่ง โดยการชันสูตรเบื้องต้นของแพทย์พบว่าศพขึ้นอึดเสียชีวิตมาแล้ว 48-62 ชั่วโมง

นางธัญลักษณ์ มั่นใจว่าศพที่พบนั้นเป็นลูกชายตัวเอง เพราะจำเสื้อผ้าที่ใส่ และเล็บขาวที่แม่ทาให้ข้างซ้ายข้างเดียวได้ โดยผู้เสียชีวิตคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างส่งตรวจพิสูจน์ยืนยันที่นิติเวชโรงพยาบาลศรีนครินทร์ตามขั้นตอน

แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มาเช่าบ้านเปิดร้านเสริมสวยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ และสถาบันกวดวิชาที่สมัครให้ลูก เพื่อจะเดินทางไปเรียนได้สะดวก

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเปิดประตูห้องลูกชายเห็นกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ จึงบอกลูกให้เลิกเล่นเพราะดึกแล้ว โดยต่างคนต่างขึ้นเสียงใส่กันจนกลายเป็นทะเลาะกัน ก่อนที่ลูกจะออกจากบ้านไปพร้อมกับโทรศัพท์ โดยไม่ได้เอาสายชาร์จไปด้วยและติดต่อไม่ได้อีกเลย

ตอนที่ลูกออกจากบ้านไปนั้น ตนร้องไห้จึงได้นั่งสมาธิอยู่ในบ้านเพื่อสงบสติอารมณ์ จู่ ๆ ได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวไหลออกมาอย่างแรงโดยที่มีเพียงตนอยู่ที่บ้าน ก่อนจะเงียบไปแล้วได้กลิ่นศพ

เพราะตนจะเซ้นส์ไวในเรื่องกลิ่นศพ สักพักหายไป ตนจึงพูดชื่อของลูกชายออกไปว่าใช่ไหม ถ้าใช่ก็ให้มาอีกทีสิกลิ่น และก็ได้กลิ่นจริง ๆ แต่ตอนนั้นยังไม่เชื่อทันทีว่าลูกจะเสียชีวิตแล้ว

กระทั่งวันต่อมาได้กลิ่นตัวของลูกชาย และเสียงถอนหายใจอย่างแรงที่เป็นเสียงของลูกชาย เพราะลูกชายจะเป็นคนขี้หงุดหงิด และช่วงเวลา 11.00 น. มีข้อความเด้งมาว่าสามารถติดต่อลูกได้แล้ว แต่ก็โทรไม่ติด เพื่อน ๆ ของลูกก็ช่วยกันติดต่อแต่ก็ไม่มีใครโทรได้

แต่จะพบในจีพีเอสตำแหน่งของโทรศัพท์ลูกว่าอยู่ในย่านใกล้ ๆ กับจุดเกิดเหตุ จนกระทั่ง ตำรวจโทรศัพท์มาตามให้มาดูศพ หลังจากที่ตนได้แจ้งความลูกหายเอาไว้ พบเป็นลูกชายตัวเองจริง เพราะจำเสื้อรุ่นของลูกชายที่ทำขึ้นตอนเรียนมัธยมกับเพื่อน และกางเกงขายาว รวมทั้งเล็บที่ตนทาสีขาวให้ลูกเพียงข้างเดียว

แม่ กล่าวอีกว่า ลูกชายเรียนจบมัธยมศึกษาปลายแล้ว และทำคะแนนสอบ NETSAT ของมหาวิทยาลัยที่ตัวเองอยากเข้าเรียนได้ถึงกำหนด ซึ่งลูกชายเตรียมจะไปยื่นเอาโควตาคณะวิทยาศาสตร์ สาขาแบตเตอรี่และพลังงาน

และตอนที่ลูกเรียนอยู่สถาบันกวดวิชาใกล้บ้านนั้น อาจารย์เคยประเมินว่าลูกชายมีแนวโน้มภาวะโรคซึมเศร้า ซึ่งตนก็พยายามใช้คำพูดรักษาลูกดูแลลูกตลอดมา แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก่อน

ด้าน ร.ต.อ.นนทพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันชันสูตรก็ได้นำร่างส่งนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อทำการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลก่อนส่งศพให้กับญาติผู้เสียชีวิตนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาตามขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน