นครราชสีมา ชาวไร่ทุกข์ ไม่ขุดมันสำปะหลังขาย ขุดไม่คุ้มทุน ราคาตกต่ำสุดในรอบ 20 ปี เหลือ กก.ละ 1.50 บาท ตัดใจปล่อยทิ้งให้ยืนต้นตาย วอนรัฐช่วยแก้ปัญหา เดือดร้อนจริงๆ
20 ก.พ. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง พื้นที่ จ.นครราชสีมา ต่างพากันปล่อยทิ้งมันสำปะหลังที่ปลูกไว้ในไร่ ให้ยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก แม้เลยช่วงเก็บเกี่ยวมาแล้ว 3-4 เดือน แต่ไม่มีใครอยากจะขุดมันไปขาย เนื่องจากไม่คุ้มทุน หลังราคามันสำปะหลังตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 1.50 บาทเท่านั้น

นางทองเปรม ปานสวัสดิ์ อายุ 57 ปี หนึ่งในกลุ่มสมาชิกผู้ปลูกมันสำปะหลังแปลงใหญ่ ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ได้พา นายมารุต ชุ่มขุนทด แกนนำกลุ่มสร้างเมืองโคราช ลงพื้นที่สำรวจไร่มันสำปะหลังของเกษตรกรในกลุ่ม ซึ่งมีสมาชิกอยู่ 30 ราย มีพื้นที่ปลูกอยู่ทั้งหมดกว่า 650 ไร่
แต่ขณะนี้เกษตรกรได้ปล่อยมันทิ้งไว้ในไร่ ไม่มีใครขุดออกมาขาย เหลือมันที่ยังไม่ขุดในไร่เกือบ 50% หลังจากที่ราคามันสำปะหลังตกต่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อปี 2567 ราคามันสำปะหลังเคยพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 4 บาท ปัจจุบันราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละเพียง 1.50 บาทเท่านั้น

นางทองเปรม เปิดเผยว่า ช่วงปีที่แล้ว ราคามันสำปะหลังเคยพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 4 บาท ทำให้เกษตรกรพากันปลูกมันกันอย่างคึกคัก จนทำให้ต้นพันธุ์มันขาดตลาด โดยเกษตรกรหลายคนก็คาดหวังว่า ราคามันจะยังคงสูง อย่างน้อยก็ไม่ตกต่ำเกิน 2.50 บาท
แต่เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่าราคามันสำปะหลังตกต่ำลงอย่างหนักต่อเนื่อง บางคนแม้ไม่อยากขุดมันออกมาขาย แต่ก็จำเป็นต้องขาย เนื่องจากต้องนำเงินไปใช้หนี้ใช้สินก่อน แต่ราคามันสำปะหลังก็ยังคงตกต่ำลงต่อเนื่อง จนถึงระดับไม่คุ้มทุนการขุดไปขาย

ปัจจุบันมันสำปะหลังเชื้อแป้ง 25% ราคากิโลกรัมละ 1.90 บาท ส่วนเชื้อแป้ง 17% เหลือกิโลกรัมละ 1.50 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าราคาตกต่ำสุดในรอบ 20 ปีเลยทีเดียว ซึ่งต้นทุนเมื่อ 20 ปีที่แล้วยังไม่แพง ก็ถือว่าพอมีกำไร เนื่องจากปุ๋ยขณะนั้นถุงละ 400 บาทเอง แต่ปัจจุบันปุ๋ยราคาถุงละ 1,000 กว่าบาท
ซึ่งต้นทุนการปลูกมีอีกมาก แต่เฉพาะค่าเก็บเกี่ยว ก็มีรายการที่ต้องจ่ายประจำอยู่แล้ว 8 รายการ ได้แก่ 1. ค่ารถไปขุด ไร่ละ 300 บาท 2. ค่าจ้างคนตัดหัวมัน ตันละ 300 บาท 3. ค่ารถไปรับคนงานเดินทางมา คนละ 300 บาท 4. ค่าอาหาร คนละ 200 บาท 5. ค่าตัดลำมันทิ้ง ไร่ละ 100 บาท 6. ค่าตัดลำมันทำพันธุ์ ตันละ 200 บาท 7. ค่ารถขนมันไปที่ลานขาย คันละ 180 บาท และ 8. ค่ารถตักมันขึ้นรถบรรทุก ตันละ 150 บาท ทำให้ต้นทุนการนำมันไปขายสูงถึงกิโลกรัมละ 2.25 บาท

ซึ่งเมื่อเทียบกับราคามันสำปะหลังกิโลกรัมละ 1.50 – 1.90 บาทแล้ว ขาดทุนตั้งแต่ยังไม่ขายเลย ดังนั้นจึงทำให้เกษตรกรตัดสินใจไม่ขุดมันไปขาย เพราะขายแล้วก็ขาดทุนอยู่ดี ตอนนี้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้ด้วย
ด้าน นายมารุต เผยว่า จากการลงพื้นที่มารับฟังปัญหาของเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง อ.สูงเนิน พบว่า มีการปล่อยทิ้งไว้ให้ยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก แม้ว่าหัวมันที่อยู่ในดินจะสมบูรณ์มากกว่าปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่เกษตรกรไม่อยากขุดไปขาย เพราะราคาตกต่ำจนไม่คุ้มทุน

ไม่เฉพาะที่ อ.สูงเนินเท่านั้น ชาวไร่มันทั้งหมดใน จ.นครราชสีมา ก็ต้องประสบปัญหานี้เช่นกัน ซึ่งตนเองจะได้นำเรื่องนี้เข้าไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้ามาให้การช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่มันอย่างเร่งด่วนต่อไป