พ่อแม่ เตรียมสู้ ตร.ลำปาง ถอยกระบะชน หนุ่ม 22 ขับหนีด่านเสียชีวิต ยันทำเกินกว่าเหตุ ลูกยังไม่ได้ฆ่าใครตาย ขณะที่สังคมออนไลน์ในลำปาง วิจารณ์สนั่น
กลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ของ จ.ลำปาง อย่างมากว่าเป็นเหตุการณ์ที่สมควรหรือไม่ กรณี ตร.ถอยรถพุ่งชนรถจักรยานยนต์วัยรุ่น ที่ขับรถหนีด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ของ สภ.เมืองลำปาง เป็นเหตุให้นายภัทรกร (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี เสียชีวิตทันที เนื่องจากร่างกระเด็นไปฟาดกับเสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนน ส่วนคนซ้อน นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 22 ก.พ.68 ที่ผ่านมา
โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต ขับเข้าสู่ทางโค้ง ซึ่งมีด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ตั้งอยู่ ทำให้ชายวัยรุ่นรีบวกรถกลับมา แล้วขับขี่ย้อนศร กลับทางเลนเดิม
ขณะนั้น รถเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองลำปาง ที่จอดอยู่ริมถนน คาดว่า น่าจะได้รับแจ้งจากวิทยุสื่อสาร ว่า มีรถขับหลบหนีลงมา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ขับรถยนต์ตราโล่เข้าขวางกลางถนน เพื่อหวังสกัดรถจักรยานยนต์ที่ขับหนีด่านลงมา
ทว่า วัยรุ่นที่ขับขี่กลับขี่ลงมาอย่างเร็ว และพยายามหักหลบ เข้าทางริมถนน ซึ่งในภาพจะเห็นว่า รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พุ่งถอยจนชนรถจักรยานยนต์ที่ขี่มาอย่างเร็ว ทั้งรถ และร่างคนลอยกระเด็น

ความคืบหน้า วันที่ 23 ก.พ.2568 พ่อ และแม่ของนายภัทรกร ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตอนนี้ครอบครัวยังอยู่ในอาการโศกเศร้า และเช้าวันนี้นำข้าวปลาอาหารมาถวายพระ เพื่ออุทิศไปยังลูกชายพร้อมจุดธูปบอกกล่าวหน้ารูปถ่ายของลูกชายให้ไปสู่สุคติไม่ต้องกังวลใจพ่อ-แม่ จะสู้เพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูก
พ่อและแม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะคิดถึงลูก ตนมีลูกชายคนเดียว ถ้าจะว่าไปครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของลูกที่ออกไปเที่ยวจนเกือบสว่าง เพราะปกติลูกชายจะไม่ค่อยไปไหน กรณีผกก.สภ.เมืองลำปาง มาที่บ้าน และนำพวงหรีดมามอบให้ และบอกว่าจะให้ความเป็นธรรม แต่ตนเองมองว่ายังไม่เห็นความจริงใจ ที่เป็นรูปธรรมของตำรวจที่จะดำเนินการกับตำรวจที่ก่อเหตุเลย และตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ตำรวจคนที่ก่อเหตุก็ไม่ได้ติดต่อมา หรือมาขอขมาศพลูกชายแต่อย่างใด

“สัปดาห์หน้า หากไม่มีอะไรคืบหน้า หรือมีอะไรที่ชัดเจนว่าลูกชายตนเองจะได้รับความยุติธรรม จะเข้าไปขอความช่วยเหลือจากอัยการคุ้มครองสิทธิ์จังหวัดลำปาง และสภาทนายความจังหวัดลำปาง แต่หากยังไม่มีอะไรคืบหน้าอีก ก็จะเดินทางไปร้องต่อ ป.ป.ช.
ยืนยันว่าลูกชายของตนไม่ได้แหกด่าน เพียงแค่หนีด่าน ซึ่งถือว่าเป็นเพียงแค่ผู้ต้องสงสัย ยังไม่มีความผิด และส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความตกใจ เพราะกลัว เนื่องจากไปดื่มกับเพื่อนมา เลยกลัว ที่สำคัญคือลูกตนยังไม่ได้ไปฆ่าใครตาย ทำไมตำรวจถึงทำแบบนี้ มองว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ” ครอบครัวผู้สูญเสีย กล่าว