ร้องสร้างบ้านไม่ได้ ถูกเจ้าของที่ติดกันทำร้าย ปาฉี่ใส่บ้าน ทุบกระจก ก่อนบังคับเซ็นสัญญา เผยมีโฉนดถูกต้อง รังวัดที่แล้ว คู่กรณีลั่นถ้าตร.เรียกพร้อมไปหา
กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความพร้อมคลิปลงในสื่อโซเชียล โดยมีข้อความว่า “ช่วยแชร์หน่อยนะคะ ทางบ้านเดือดร้อนมากค่ะ ในอำเภอพระพุทธบาท หลังโรงพยาบาลทางบ้านกำลังเริ่มก่อสร้างบ้าน แต่เราสร้างในพื้นที่ของเรานะคะ เจ้าของที่ข้างหลังบ้านมากล่าวหาว่าพื้นที่บ้านเราเลยไปที่ของเขา เขามาขู่ว่าให้เราไปเซ็นสัญญาอะไรสักอย่าง ซึ่งเราไม่ยอมค่ะ ทางเราให้เขาไปขอรังวัดมาวัดให้จบๆไป แต่เขาไม่จบค่ะ มากลั่นแกล้ง!!
ครั้งที่ 1 นำไม้มากระแทกกระจกให้แตก และทำร้ายร่างกายตัวพี่ที่ขึ้นไปถ่ายคลิปด้วยค่ะ มีคลิปหลักฐาน!! ครั้งที่2 ปาก้อนหินขึ้นหลังคา ทำให้ตอนนี้หลังคาเป็นรูเลยค่ะ ตามภาพด้านล่าง!!
ครั้งที่3 ล่าสุด นำถุงปัสสาวะมาปาใส่ในบ้าน!! ตอนนี้ยังไม่สลดค่ะ ไปแจ้งความมา 3 รอบแล้ว ตำรวจยังทำอะไรไม่ได้ ยิ่งได้ใจใหญ่เลย ตอนนี้ทางบ้านมีผู้หญิงอยู่แค่ 2 คน แล้วสูงอายุทั้งนั้นเลย ฝากช่วยแชร์ถึงผู้ใหญ่หน่อยนะคะ รีบเข้ามาจัดการให้หน่อยค่ะ ดูเขาไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้นเลย ตอนนี้คนที่บ้านอยู่อย่างหวาดกลัวมากค่ะ”
ความคืบหน้า เมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังดังกล่าว หลังโรงพยาบาลพระพุทธบาท ม.12 ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยพบกับ นางนาฎยา (นิด) อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน
พบว่านางนิดกำลังเก็บกวาดบ้าน แต่ไม่พบว่ามีช่างเข้ามาก่อสร้างแต่อย่างไร นางนิด เล่า ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า หลังจากที่นำเสนอข่าวออกไปแล้วนั้น ทางคู่กรณียังไม่ได้เข้ามาก่อกวนอะไรอีก มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท โทรมาหาและเรียกตัวตนเข้าไปหา ช่วงบ่ายโมง เพื่อเข้าไปไกล่เกลี่ยกัน
ซึ่งตนเองคิดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะเรียกตนและคู่กรณีไปด้วยกันทั้ง 2 คน โดยส่วนตัวเองคิดว่าตนไม่มีความผิด เนื่องจากว่าตนอยู่ในพื้นที่ของตนเอง และมีหลักฐานโฉนดที่ดิน มีการรังวัดยืนยันที่ถูกต้อง
ส่วนที่ตนรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของคู่กรณีที่ทำท่อน้ำทิ้งไปในพื้นที่ของเขานั้น ตนก็ยอมรับผิด และเขาก็บอกว่าปล่อยให้มันย่อยสลายไปตามกาลเวลา แต่ถ้าเขาจะใช้ประโยชน์ ให้เขารื้อถอนได้ โดยไม่มีข้อแม้ ตนก็ตกลงยอม และให้แนวรั้วเดิมของเราเป็นที่กั้นเหมือนเดิม
ส่วนเหตุผลที่คู่กรณีให้ตนไปเซ็นยินยอมนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าให้เซ็นอะไร ซึ่งเขามาบอกทีหลังตอนที่เรากำลังปลูกสร้างว่า ตนรุกล้ำที่ของเขา มาบอกว่ามีอะไรให้เราไปเซ็นกันนิดหน่อย ซึ่งตนก็บอกไปว่าไม่เซ็นถ้าให้เซ็นอะไรก็ต้องไปกันทั้งหมดทั้งแถว
ต้องนัดไปเจอกันทั้งหมดที่โรงพัก จะมานัดเจอกันตัวต่อตัวแบบนี้ไม่ได้ ให้ตนไปคนเดียวตนก็ไม่ยอม และวันนี้ช่วงบ่ายตนก็จะเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย จากนั้นนางนิด นำหลักฐานโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 43 ตารางวา ซึ่งเป็นชื่อของแม่
จากนั้นผู้สื่อเดินทางไปยังบ้านคู่กรณี เมื่อสอบถามว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตนเข้าไปไกล่เกลี่ยกับนางนิดหรือไม่ ทางคู่กรณี บอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเรียกตนแต่อย่างไร แต่ถ้าทางตำรวจเรียกมาตนก็จะไปตามคำเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ






