ลูกเขยปืนโหดสารภาพสิ้น แค้นโดนกีดกัน ระแวงพ่อเลี้ยงภรรยาสนิทเกินไป ตัดสินใจลั่นไก ขณะกำลังจะคืนดี แต่แม่ยาย-พ่อเลี้ยงมาเจอ มีปากเสียงเถียงกัน
จากกรณี นายทรงพล อายุ 46 ปี ชาวจ.อยุธยา ลูกเขยโหด บุกยิงอดีตพ่อตา-แม่ยาย ดับคาบ้าน และยิงเมียกับลูกเลี้ยงวัย 4 ขวบ บาดเจ็บ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ภายในหมู่บ้านใน ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังก่อเหตุขับรถยนต์หลบหนี ก่อนไปเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ ของโรงงาน ขับหนีไปตามถนนสายเอเชีย มุ่งหน้าภาคเหนือ โดยบอกตร.ว่าจะขับรถไปส่งสินค้าให้กับบริษัทให้เสร็จ ก่อนแล้วจะกลับมามอบตัว
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 11 มี.ค.2568 ที่สภ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่ตำรวจหน้า ชุดสืบสวน สภ.อุทัยควบคุมตัว นายทรงพล อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงพ่อตาแม่ยายและเมีย ลูกติดบาดเจ็บ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ ที่บนถนนสายเอเชีย ขาออกได้ที่บริเวณต่างระดับชัยนาท จ.ชัยนาท มาสอบสวน โดย พ.ต.อ มนัส อัดโดดดร ผกก. สภ.อุทัย ได้สอบสวน นายทรงพล ผู้ต้องหา ด้วยตนเอง
นายทรงพล กล่าว ตนเองและผู้บาดเจ็บคบหากันสามีภรรยา มีการผูกข้อไม้ข้อมือ แม่ของผู้เสียชีวิต และพ่อเลี้ยงรับรู้ โดยตนเองจะมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านกับภรรยาในบางครั้ง ตนเองยอมรับว่ามีครอบครัวอยู่แล้ว และภรรยาก็รับรู้เช่นเดียวกัน ระยะหลังช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ตนเองมีปากเสียงกับภรรยา เพราะความหึงหวง จนถูกกีดกันจากแม่ยาย และพ่อเลี้ยงของภรรยา ไม่ให้พบเจอกัน

ภรรยาหลบไปอยู่กับบ้านญาติ แต่ตนเองยังคงส่งเสียเงินให้กับภรรยา จะโอนให้ทุกครั้งที่ขอไป
จนคืนวันเกิดเหตุ ทราบว่าภรรยากลับมาที่บ้านแล้ว จึงได้กลับมาหาภรรยา เพื่อพูดคุยเคลียร์กัน ตะโกนเรียกภรรยา และโทรศัพท์เข้าไปคุยกับภรรยา แต่คนในบ้านไม่ยอมเปิดประตู จึงได้ปีนรั้วเข้าไปภายในบ้าน แล้วไปเปิดประตูหลังบ้าน ซึ่งไม่ได้ล็อคเข้าไปหาภรรยาในห้อง มีการพูดคุยกัน จนจะเข้าใจกันอยู่แล้ว
จังหวะนั้นแม่ยาย และพ่อเลี้ยงของภรรยา ได้เข้ามาในห้อง มาต่อว่าจนมีปากเสียงกัน ตนเองโมโห และส่วนตัวมีความหวาดระแวงพ่อเลี้ยงของภรรยา ที่ชอบมาสนิทสนมกับภรรยาเกินกว่าลูกเลี้ยง จึงใช้อาวุธปืนยิงพ่อเลี้ยงไป 1 นัด ยิงแม่ยาย 1 นัด ยิงภรรยา 1 นัด แต่ตนเองไม่ได้ยิงลูกติดของภรรยา ที่บาดเจ็บที่นิ้ว น่าจะลูกหลงเฉี่ยวไป เพราะลูกของภรรยายืนอยู่ใกล้ๆ
จากนั้นได้ขับรถเก๋ง ไปจอดที่ทำงาน เพื่อขับรถบรรทุก 6 ล้อของบริษัท เพื่อไปส่งสินค้า ตั้งใจว่าเมื่อส่งสินค้าเสร็จ จะเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจับกุมตัวได้ก่อน
นายทรงพล ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ตัวเองตัดสินใจทำไป กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว อาวุธปืนมีทะเบียนเป็นของตนเอง และเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของตนเอง ที่ซื้อเก็บเอาไว้พกติดตัวตลอดเวลา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พกพาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะและหมู่บ้าน โดยได้รับอนุญาต, ใช้อาวุธปืนในเมืองและทางสาธารณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบ รวบรวมภาพจากกล้อวงจรปิดใช้เป็นหลักฐาน โดยพบว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านบันทึกภาพนายทรงพล ขับรถเก๋ง เข้ามาภายในหมู่บ้าน ไปจนสุดซอยแล้วกลับรถ มาจอดที่หน้าบ้านเกิดเหตุ ลงมาจากรถ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านมีการใช้โทรศัพท์ ยืนมองเข้าไปภายในบ้าน อยู่ระยะหนึ่ง เปิดประตูรถเก๋ง เหมือนกับหยิบของภายในรถสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นหยิบอาวุธปืน จากนั้นปีนรั้วเข้าไปภายในบ้าน สักระยะหนึ่ง ได้ปีนรั้วออกมา ขับรถเก๋งหลบหนีไป จากนั้นพบว่าภรรยาของนายทรงพล ที่บาดเจ็บ พร้อมลูกชายวิ่งออกมาด้านนอกเพื่อขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน
กล้องวงจรปิดอีกตัวบันทึกภาพและเสียง เห็นรถนายทรงทรงพลขับผ่านและจอด จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด นายทรงพลผู้ก่อเหตุ ก็รีบวิ่งออกมา ขึ้นรถเก๋งขับหลบหนีไป