รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ช่วยเหลือเด็ก ป.5 ที่ถูกเตะกลางอก ทั้งด้านกฎหมาย-สวัสดิภาพเด็ก เตรียมนำเด็กก่อเหตุกลับเข้าระบบการศึกษา สนับสนุนเงินช่วยเหลือน้องโอม 15,000 บาท
จากกรณี มีคลิปวัยรุ่นในชุมชนแห่งหนึ่ง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ทำร้ายนักเรียนชั้น ป.5 ภายในห้องพัก โดยให้นั่งลงกับพื้น และเตะเข้าที่กลางหน้าอกอย่างแรง จนต้องร้องและพูดออกมาว่าหายใจไม่ออก โดยต้นเหตุเกิดจากผู้เสียหายไปยืมบุหรี่ไฟฟ้าของกลุ่มผู้ก่อเหตุมาสูบแต่ทำพัง ทำให้ไม่พอใจและมารุมทำร้ายพร้อมกับถ่ายคลิปไว้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านไผ่ สามารถติดตามควบคุมตัววัยรุ่นที่ปรากฏในคลิปทั้ง 6 คนได้แล้ว เพื่อดำเนินการเอาผิดตามที่ผู้ปกครองแจ้งความตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 14 มี.ค.2568 นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่โรงเรียนน้องผู้เสียหาย เพื่อการวางแผนนำเด็กเข้ารับการคุ้มครองที่สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กขอนแก่น และหารือในการแก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบ เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว
โดย รองผู้ว่าฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีด.ช.โอม อายุ 13 ปี ในอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ถูกทำร้ายและมีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย แยกการดำเนินการออกเป็น 2 ประเด็นหลัก
1.การดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยนายอำเภอบ้านไผ่ และผกก.สภ.บ้านไผ่ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และใช้มาตรการจากทีมสหวิชาชีพในการดูแลกรณีนี้ 2.การดูแลและคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก จากการตรวจสอบพบว่า เด็กกลุ่มนี้รวมตัวกันเป็นทีมชื่อว่า “บ้านผา89” มีสมาชิกทั้งหมด 7 คน อายุระหว่าง 13-16 ปี รวมถึงน้องโอม โดยรวมตัวกันเพื่อเล่นสนุกตามวัย แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น
ทั้งนี้ พบว่าน้องโอมศึกษาอยู่ที่ชั้นป.5 ขณะที่มีเด็กในกลุ่ม 2 คนไม่ได้เรียนหนังสือ ทางสำนักงานประถมศึกษาขอนแก่น เขต2 (บ้านไผ่) จึงได้รับมอบหมายให้ติดตาม และนำเด็กเหล่านั้นกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา

สำหรับการช่วยเหลือน้องโอม จะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาการศึกษา จากสำนักงานประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 จำนวน 2,000 บาท เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งอีก 3,000 บาท และเงินสนับสนุนจากกองทุนคุ้มครองเด็กจำนวน 10,000 บาท
รองผู้ว่าฯ ยังกล่าวว่า ทางจังหวัดจะติดตามสถานการณ์เด็กที่อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้เรียนหนังสือ หรือเกี่ยวข้องกับอบายมุขอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนให้แจ้งข้อมูลมายังศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชนจังหวัดขอนแก่น หรือที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น
ในส่วนของปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า จังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มงวด โดยมีการจับกุมผู้กระทำความผิดหลาย 10 ราย ทำให้พบการลักลอบการจำหน่ายลดลง แต่ยอมรับอาจจะควบคุมไม่ทั่วถึง เพราะยังมีการลักลอบจำหน่ายออนไลน์
แต่ที่น่ากังวลตอนนี้ ก็คือการเข้าถึงน้ำกระท่อม ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งทางผู้ว่าฯ ขอนแก่น เน้นย้ำถึงความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งโรงเรียน สังคม และผู้ปกครอง ให้ช่วยกันเฝ้าระวังพฤติกรรมที่อาจเสี่ยงต่ออันตราย พร้อมทั้งแจ้งเบาะแสเพื่อให้ทีมของศูนย์เร่งรัดเด็กสามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที