ป้าแอ๊ด เปิดใจขอบคุณ สามีไม่ต้องแย่งข้าวหมา-ไม่มีหนี้แล้ว ยันขี่วินจยย.หาเงินต่อ ขอขอบคุณทุกคน ส่วนราชการ กู้ภัย คนไทยที่สงสารโอนเงินมาช่วย

จากเหตุการณ์ ร.ต.ต.พรศักดิ์ เสน่หา รองสวป.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุบุคคลจะกระโดดน้ำ บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำบางปะกง ด้านหลังวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา อ.เมืองฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ก่อนพบนางอัญชนี อายุ 50 ปี หรือป้าแอ๊ด นั่งเหม่อลอยอยู่ริมท่าแม่น้ำบางปะกง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา จึงช่วยเหลือขึ้นมาด้านบน และสอบถามถึงสาเหตุจนทราบว่า ป้าแอ๊ด ทำงานหาเงินคนเดียว ไม่พอใช้ ค้างค่าบ้าน ค่ารถจักรยานยนต์ มิหนำซ้ำสามียังป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ ต้องไปแย่งข้าวหมากิน เพราะความหิว

oplus_0

สำหรับความคืบหน้า วันที่ 17 มี.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เริ่มมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้เอาจานดาวเทียมทีวี มาติดตั้งให้ป้าแอ๊ด หลังถูกโจรขโมยไปก่อนหน้านี้

ต่อมานายกฤษดา มหาวิริโยทัย ประธานกรรมการวัดสมานรัตนาราม ตัวแทนท่านเจ้าคุณ พระราชวชิรประชานาถ เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธ) เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม นำเงินสดมามอบให้ 10,000 บาท พร้อมเครื่องอุปโภคข้าวสารอาหารแห้ง
นอกจากนี้ตัวแทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา น.ส.ปราณี ประทุมมา หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดฉะเชิงเทรา นางจำเนียร สุขสมบูรณ์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เข้าพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ

โดยยอดเงินบริจาคที่เปิดรับให้กับ นางอัญชนี หรือป้าแอ๊ด ณ เวลา 15.30 น. ตอนนี้มากกว่า 120,000 บาทแล้ว

oplus_0

นางอัญชนี หรือป้าแอ๊ด เปิดเผยว่า เมื่อวานตนรู้สึกโดดเดียว เหมือนไม่มีใคร อีกทั้งยังไม่สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้ พอมาเห็นสามีต้องไปแย่งข้าวหมากินแล้ว รู้สึกเสียใจ จึงอยากไปให้พ้นๆ จากโลกนี้ ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ค้างค่าเช่าบ้าน ค้างค่าเช่ารถ รถจักรพยานยนต์โช๊คพัง วิ่งรับส่งลูกค้าก็ยากลำบาก แถมจานดาวเทียมทีวีก็มาโดนขโมย ทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาพร้อมกันหมด แต่พอมาวันนี้ต้องขอขอบคุณทุกคน ส่วนราชการ กู้ภัย นักข่าวและที่ขาดไม่ได้คือ ประชาชนคนไทยที่สงสารตน โอนเงินมาช่วยและนำสิ่งของต่างๆ มาช่วยเหลืออย่างไม่ขาดสาย

“วางแผนหลังจากนี้จะนำเงินไปปิดรถจักรยานยนต์ ที่เหลืออีกประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท ไปจ่ายค่าห้องเช่าที่ค้างไว้ 2 เดือน และจะขอจ่ายเป็นเงินก้อนเช่าต่อแบบรายปี ส่วนเงินที่เหลือก็จะใช้จ่ายอย่างจำเป็น และเป็นทุนในการเลี้ยงชีพและดูแลสามีต่อไป และยังคงยืนยันว่าจะขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างต่อไป เพราะต่อจากนี้ไม่มีหนี้ที่ไหนแล้ว พอมีกินมีใช้ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ชีวิตใหม่และสามี”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน