จุฬาฯ ชี้ ใช้โอเน็ตเข้า มหา’ลัย ต้องทำ ประชาพิจารณ์ แนะฟังความเห็นนักเรียน-ผู้ปกครอง ก่อนเปลี่ยน ที่สำคัญต้องแจ้งเด็กล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี

25 มี.ค. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หารือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการนำคะแนน การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต มาใช้เป็นองค์ประกอบในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย

โดยเบื้องต้น อว.เห็นว่า แนวทางดังกล่าว มีความเป็นไปได้ แต่ต้องเป็นในรายวิชาที่ได้มาตรฐานเดียวกัน เช่น วิชาภาษาอังกฤษ อีกทั้งการสอบโอเน็ต ยังไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการลดภาระนักเรียนและผู้ปกครองนั้น ขณะที่มหาวิทยาลัย มีทั้งเสียงสนับสนุน และคัดค้าน นั้น

นายวิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า การนำ โอเน็ต กลับมาใช้เป็นองค์ประกอบในการเข้ามหาวิทยาลัย ควรมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่สำคัญต้องแจ้งให้เด็กรู้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี

เพราะการสอบโอเน็ต มีวัตถุประสงค์ในการวัดความรู้ตลอดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งอาจแตกต่างไปจากข้อสอบคัดเลือก ดังนั้นหากใช้ข้อสอบชุดเดียว ทั้งวัดความรู้ตลอดหลักสูตรและใช้ในการคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัย ต้องมีการผสมผสานกันอย่างลงตัว จึงจะนำมาใช้ได้

“กรณีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาข้อดี ข้อเสีย อย่างรอบคอบ ที่สำคัญการใช้หรือไม่ใช้โอเน็ตในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย นอกจากจะขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของ อว. , ศธ., ทปอ. หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ แล้ว ควรจะได้ทำประชาพิจารณ์กับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือนักเรียน โดยอยากให้มองผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

ดังนั้นควรต้องมีการสอบถามความคิดเห็นนักเรียน และผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียโดยตรง ว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ที่ใช้โอเน็ตในการประเมินผลการเรียนรู้และใช้ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยด้วย โดยควรมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นจากนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ให้ได้คำตอบก่อน เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบพิจารณาร่วมกันในขั้นต่อไป” นายวิเลิศ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน