กุศลครั้งใหญ่ หนุ่มขี่จยย.หนีสุนัข ล้มหัวฟาดพื้น สมองตาย แม่ตัดสินใจ บริจาคอวัยวะ ต่อลมหายใจ 4 ชีวิต เผย “แม่รักลูก ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี”
วันที่ 3 เม.ย.2568 ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ นางรุ่งระวี มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย แพทย์หญิงศรีสุดา ทรงธรรมวัฒน์ ผอ.โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และผู้บริหารโรงพยาบาลเพชรบูรณ์
มอบประกาศเกียรติคุณและหรีดเคารพศพของศูนย์ดวงตา ศูนย์บริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย และเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้แก่ นายศุภชัย นันฝั้น อายุ 38 ปี ที่เสียชีวิตและได้บริจาคอวัยวะเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่น โดยมี น.ส.สำเนา พรมปาน แม่ของผู้บริจาคและญาติ ๆ เป็นตัวแทนรับมอบ

กุศลครั้งใหญ่ หนุ่มขี่จยย.หนีสุนัข ล้มหัวฟาดพื้น สมองตาย แม่ตัดสินใจ บริจาคอวัยวะ ต่อลมหายใจ 4 ชีวิต เผย “แม่รักลูก ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี”
น.ส.สำเนา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2568 ลูกชายของตนขับรถจักรยานยนต์ไปธุระในหมู่บ้าน ขณะนั้นได้มีสุนัขไม่ทราบว่าเป็นสุนัขจรจัดหรือสุนัขมีเจ้าของได้วิ่งไล่กัด ด้วยความกลัวลูกชายจึงรีบขับรถหนี และได้เสียหลักล้มลง ศีรษะฟาดถนนจนแน่นิ่ง
น.ส.สำเนา กล่าวต่อว่า อาสากู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ แต่แพทย์ได้แจ้งว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนและมีอาการสมองตาย ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้ว ตนจึงได้ถามหมอว่า ถ้าอย่างนั้นตนจะสามารถบริจาคอวัยวะของลูกได้หรือไม่ เพราะเคยเห็นข่าวการบริจาคอวัยวะทางสื่อต่าง ๆ
น.ส.สำเนา กล่าวอีกว่า ตนจึงอยากบริจาคอวัยวะของลูกเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อื่น โดยยินดีที่จะบริจาคอวัยวะทุกส่วนที่จะสามารถนำไปช่วยเหลือคนอื่นได้ จึงได้ไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริจาคอวัยวะโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ซึ่งก็สามารถบริจาคได้
น.ส.สำเนา กล่าวด้วยว่า ตนรู้สึกเสียใจที่สูญเสียลูกชาย แต่ก็ดีใจที่อวัยวะของลูกชายสามารถนำไปช่วยเหลือต่อชีวิตคนอื่นได้อีก สุดท้ายตนอยากจะบอกลูกว่า แม่รักลูก เป็นห่วงลูก แต่ก็ได้ทำบุญใหญ่ให้แล้ว ขอให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดี
ด้าน แพทย์หญิงศรีสุดา กล่าวว่า คนไข้มาด้วยสาเหตุประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ แต่เนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนเป็นอย่างมาก จึงทำให้สมองตาย ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้ว แม่ของผู้ตายเป็นผู้แจ้งความประสงค์ว่าจะบริจาคอวัยวะของลูกชายเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อื่น
แพทย์หญิงศรีสุดา กล่าวต่อว่า ซึ่งก็สามารถผ่าตัดได้กระจกตา 2 ข้าง นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่มองไม่เห็นได้ 2 คน และได้ไต 2 ข้าง สามารถนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตได้ 2 คน รวมการบริจาคอวัยวะครั้งนี้สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกถึง 4 คน เชื่อว่าบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้จะส่งให้ผู้บริจาคไปสู่ภพภูมิที่ดีอย่างแน่นอน
นางรุ่งระวี กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณแม่ของผู้เสียชีวิตที่ได้บริจาคอวัยวะของลูกเพื่อไปต่อชีวิตให้คนอื่นได้อีกถึง 4 ชีวิต เป็นการทำความดีที่ยิ่งใหญ่ เป็นแบบอย่างที่ดีในการเสียสละ จึงขอให้ดวงวิญญาณของผู้บริจาคไปสู่สัมปรายภพ รวมทั้งขอให้บุญกุศลในครั้งนี้มีแก่ญาติ ๆ ทุกคนด้วย


