สาว 23 ร่ำไห้เปิดปาก วางแผนขอร้องให้สามีอดีตครูไปชิงทองใช้หนี้ โดนหลอกไปทำงานต่างประเทศสูญนับล้าน ซ้ำร้ายเพื่อนลวงไปเป็นผีน้อยสุดท้ายให้ขายตัว หนี้สินรุมยายไม่มีค่ารักษา

จากกรณีตำรวจ สภ.บางพลี ติดตามจับกุมผัว-เมีย ร่วมกันชิงทองหนัก 10 บาท กลางห้างดังย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ ช่วงค่ำวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพักจ.สกลนคร พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำที่เหลือ เงินสดจากการจำนำทอง ตั๋วจำนำ และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ

ล่าสุดคดีนี้ วันที่ 4 เม.ย.2568 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี ร่วมนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนควบคุมตัว น.ส.อรสา หรือ หญิง อายุ 23 ปี และ นายพีรัช หรือพี อายุ 50 ปีสามี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทอง และจุดอื่นๆรวม 3 จุดจากนั้นควบคุมตัวกลับมาสอบสวน

น.ส.อรสา รับสารภาพว่า เป็นคนวางแผนให้สามีไปชิงทอง สาเหตุเพราะต้องหาหาเงินไปคืนยายและใช้หนี้ที่กู้และยืมมารวมกว่า 1 ล้านบาท เนื่องจากก่อนหน้านี้ช่วงกลางปี 2567 ถูกคนรู้จักหลอกชักชวนไปทำงานต่างประเทศสูญเงินไปรวมแล้วเกือบล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่ตนและสามีไปกู้นอกระบบมาและให้ยายเอาที่ดินไปจำนองรวมทั้งไปหยิบยืมคนอื่นมา แต่สุดท้ายไม่ได้ไปกลายเป็นหนี้เป็นสิน จนต้องตัดสินใจไปเป็นผีน้อยทำงานที่เกาหลีตามคำแนะนำของเพื่อนที่เคยไป ครั้งนี้ก็ให้ยายกู้เงินมาให้เช่นเดิม

“แต่พอเดินทางไปถึงเกาหลีแล้ว กลับพบว่าถูกหลอกให้มาค้าประเวณีจึงตัดสินใจหนีกลับโดยซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาเอง จนกระทั่งเดือนนี้ที่บ้านนัดรวมญาติเพื่อเตรียมร่วมบุญผ้าป่าวันสงกรานต์ของวัดในหมู่บ้าน หนูถูกกดดันให้หาเงินมาคืนยายและเจ้าหนี้ อีกทั้งยายล้มป่วยไม่มีเงินรักษาจึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบหมดทางออก ตัดสินใจขอร้องสามีขอให้ช่วยชิงทอง หนูคิดและวางแผนเองทั้งหมด

ตอนแรกสามีก็ไม่อยากทำและยังบอกว่าทำแล้วได้ไม่คุ้มเสียและคงไม่รอดถูกจับแน่ แต่สุดท้ายด้วยความรักสามีก็ยอมทำตามแผน เอาทองที่ได้มาไปจำนำที่สกลนคร 1 เส้นได้เงินมา 120,000 บาทรีบเอาเงินไปคืนยาย 3 หมื่นและจ่ายค่ารักษายายก่อนตำรวจตามมาจับที่บ้าน พอยายรู้ว่าไปชิงทองกันมาก็ช็อกและเสียใจที่พากันไปทำแบบนั้น”

ขณะที่นายพีรัช บอกว่า คบหากับภรรยาคนนี้มาร่วมสิบปี ตั้งแต่สมัยที่ตนเคยเป็นครูอัตราจ้างสอนคอมพิวเตอร์ที่ต่างจังหวัด ส่วนภรรยาเป็นลูกศิษย์ที่มาเรียนเกิดความรักตกลงคบหาอยู่กินกันเรื่อยมา จนตนลาออกจากครูแล้วมาทำงานที่สมุทรปราการด้วยกัน ตนทำอาชีพเป็นรปภ. ส่วนแฟนลาออกจากโรงงานเพราะจะไปทำงานต่างประเทศ แต่สุดท้ายถูกหลอกกลายเป็นหนี้สินมากมาย ทั้งตนและภรรยาถูกดันจึงร่วมกันวางแผน เสื้อไรเดอร์ที่ใส่ไปวันนั้นก็ซื้อมา ไม่ได้ทำไรเดอร์แต่อย่างใดที่ใส่ไปเพราะเดินเข้าออกห้างได้โดยไม่ต้องถอดหมวกกันน็อกง่ายต่อการปิดบังอำพราง ส่วนปืนก็เป็นปืนแก๊ป

ด้านพล.ต.ต.วิชิต เปิดเผยว่า เคสนี้ตำรวจติดตามยึดของกลางคือได้คือ มีเงินสดรวม 86,000 บาท สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท 1 เส้น และ 2 บาท 2 เส้น ผู้ต้องหานำไปจำนำ 1 เส้นน้ำหนัก 3 บาท รวมน้ำหนักทอง 10 บาท ส่วนสาเหตุเพราะต้องการหาเงินไปใช้หนี้ อีกทั้งราคาทองคำค่อนข้างสูงจึงเลือกลงมือร้านค้าทอง มีการวางแผนกันมาอย่างดีและมีการเข้ามาดูลาดเลากันล่วงหน้าก่อนลงมือ

หลังจากนี้จะเรียกประชุมผู้ประกอบการร้านค้าทองและห้างสรรพสินค้าเพื่อวางแนวป้องกันอาชญากรรมเพิ่ม รวมถึงการป้องกันตัวและทรัพย์สินกับคนร้ายที่อาจเข้ามาก่อเหตุ ฝากย้ำเตือนถึงคนที่คิดจะก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ ขอให้เลิกความคิด เพราะสุดท้ายตำรวจไม่ปล่อยไว้และติดตามจับกุมทุกราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน