พ่อนศ.หนุ่มวิศวะ ยื่นหนังสือร้องรพ.ผ่าตัดเนื้องอกในสมองลูกชายแล้วเสียชีวิต คาใจก่อนผ่าบอก ความเสี่ยงไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายดับคาเตียง
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 เม.ย.2568 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี (สสจ.อุดรธานี) นายนิรันดร์ อายุ 48 ปี บ้านอยู่ ต.ขอนยูง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้มีการตรวจสอบกรณี นายธีรเดช อายุ 21 ปีลูกชาย เข้ารับการผ่าตัดสมองจากอาการป่วยเนื้องอกแล้วเสียชีวิตที่รพ. ว่ามีการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและกฎหมายหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพื่อขอให้มีการตรวจสอบเรื่องเดียวกัน
นายนิรันดร์ เปิดเผยว่า ลูกชายกำลังศึกษาคณะวิศวะ อยู่ที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ต่อมามีอาการวิงเวียนศีรษะ แขน เเละขาข้างขวาชา จึงได้ไปตรวจเช็กอาการที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา แพทย์แจ้งว่าพบเนื้องอกในโพรงสมองแต่สิทธิบัตรทองอยู่ที่รพ.กุดจับ จ.อุดรธานี จึงได้ไปประสานที่รพ.กุดจับ ซึ่งได้ทำหนังสือส่งตัวมาทำรักษาตัวที่ รพ.ในอุดรธานี
” รพ.ได้ดูภาพ TC Scan แล้วแจ้งว่าต้องเข้าทำการผ่าตัด โดยตนได้รับคำแนะนำจากแพทย์ว่ามีความเสี่ยงไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ และผลข้างเคียงอาจจะเป็นหลงๆลืมๆ โดยไม่ได้แจ้งเตือนว่าอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต จากนั้นทำ TC Scan ก่อนเข้ารักษาเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมาแพทย์ยังยืนยันผลการตรวจเช็กเหมือนเดิม สุดท้ายเข้ารับการผ่าตัดวันที่ 22 มี.ค.2568 เริ่มผ่าตัด 9 โมงเช้า เสร็จสิ้นเวลา 6 โมงเย็น
ต่อมาเวลา 23.00 น. รพ.โทรแจ้งว่า ต้องเจาะศีรษะเพิ่มสายระบายอีกข้างของศีรษะลูกชายเพราะสายระบายข้างเดิมไม่ทำงาน ตนก็อนุญาตให้ทำ จากนั้นช่วงตี 5 วันต่อมารพ.แจ้งว่าลูกอาการไม่ดีให้มาที่รพ.ด่วน ตนมาถึงก็ได้รับแจ้งว่า ลูกเสียชีวิตแล้ว โดยทีมแพทย์ระบุ เนื้องอกขนาดใหญ่กว่าที่ดูภาพ TC Scan และผ่าตัดถูกเส้นเลือด หลังจากลูกชายเสียชีวิตจึงได้บริจาคอวัยวะให้รพ.”
นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า ตนมีความสงสัยว่า ก่อนผ่าตัดลูกชายยังแข็งแรงดี และรพ.ก็ไม่ได้แจ้งว่าการผ่าตัดอาจมีอันตรายถึงชีวิต เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรม ตนจึงนำหนังสือขอให้ดำเนินการสอบสวนกระบวนการผ่าตัดของรพ. ว่ามีการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและกฎหมายหรือไม่ ตรวจสอบการให้ข้อมูลของแพทย์ก่อนการผ่าตัดว่าครบถ้วนและถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ ขอให้ประสานรพ. เพื่อให้ผมได้รับสำเนารายงานการรักษาโดยเร็วที่สุดจะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริง
ด้านนางมยุรี คนยัง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องร้องเรียนแล้วจะให้เจ้าหน้าที่ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วเชิญญาติผู้เสียชีวิตมาร่วมฟัง โดยเบื้องต้นได้ให้คุณพ่อของผู้เสียชีวิตกรอกเอกสารการขอรับสิทธิตามมาตรา 41 เพื่อช่วยเหลือเยียวยา ในส่วนข้อสรุปนั้นจะต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง เนื่องจากต้องรวบรวมข้อมูลตั้งแต่เริ่มเข้ารักษารพ.ที่กรุงเทพฯ จนมาถึงรพ.ที่อุดรธานี คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์

