เจ้าของสุดทน ประกาศขายบ้าน เพื่อนบ้านรั้วติดกัน ใช้รถแบคโฮขุดดินนานกว่า 10 ปี เสียงดังทั้งวันทั้งคืน ฝุ่นฟุ้ง กระทบสุขภาพ รับปากจะหยุด พอจนท.ไปก็ทำต่อ

จากกรณี น.ส.กัลยกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ประกาศขายบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 100 ตารางวา ภายในซอยลุงพด ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี หลังได้รับความเดือดร้อนจากเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันใช้พื้นที่เป็นสถานที่พักดินและเศษวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ สร้างปัญหามลพิษฝุ่นละอองทางอากาศและเครื่องจักรทำงานส่งเสียงดังรบกวนทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งแม้ทาง น.ส.กัลยกร ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากร้องเรียนไปทาง อบต.บางขนุน ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลในพื้นที่มาหลายครั้งก็ตาม แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ทางเจ้าของที่ดินดังกล่าวยังคงเปิดดำเนินกิจการต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนทำให้ น.ส.กัลยกร ต้องตัดสินใจขึ้นป้ายประชดขายบ้านเพื่อหนีปัญหาจากเพื่อนบ้านเจ้าของที่ดินผืนดังกล่าว

เจ้าของสุดทน ประกาศขายบ้าน เพื่อนบ้านรั้วติดกัน ใช้รถแบคโฮขุดดินนานกว่า 10 ปี เสียงดังทั้งวันทั้งคืน ฝุ่นฟุ้ง กระทบสุขภาพ รับปากจะหยุดทำ พอเจ้าหน้าที่ไปก็ทำต่อ

เจ้าของสุดทน ประกาศขายบ้าน เพื่อนบ้านรั้วติดกัน ใช้รถแบคโฮขุดดินนานกว่า 10 ปี เสียงดังทั้งวันทั้งคืน ฝุ่นฟุ้ง กระทบสุขภาพ รับปากจะหยุดทำ พอเจ้าหน้าที่ไปก็ทำต่อ

วันที่ 9 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.กัลยกร ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่ง น.ส.กัลยกร เดินทางออกไปทำธุระนอกบ้าน เหลือเพียงแต่ นายพีรภัทร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี บุตรชายคนกลาง

นายพีรภัทร กล่าวว่า ครอบครัวตนได้มาสร้างบ้านหลังนี้อาศัยอยู่มาตั้งแต่ปี 2553 โดยอาศัยอยู่ด้วยกัน 6 คน คือพ่อแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ ตนและน้องชาย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางเจ้าของที่ดินที่อยู่ติดกัน ได้ใช้พื้นที่ว่างของเขาดำเนินกิจการเกี่ยวกับการนำเศษดิน เศษหิน เศษซากวัสดุก่อสร้าง มาลงพักไว้ในพื้นที่

ก่อนจะให้คนงานใช้เครื่องมือเจาะสกัดเศษซากวัสดุต่าง ๆ เพื่อขนขึ้นรถไปส่งอีกทอดหนึ่ง ซึ่งสร้างมลพิษให้กับบ้านของตนที่รั้วกำแพงบ้านติดกัน ทั้งฝุ่นละออง เสียงเครื่องตัดเจาะต่าง ๆ ทั้งกลางวันกลางคืนแบบไม่เกรงใจกัน จนตนต้องทำหนังสือร้องเรียนแจ้งไปทาง อบต.ให้เข้ามาตรวจสอบไปแล้วหลายครั้ง

ซึ่งทางเจ้าของก็รับปากว่าจะหยุดทำงานที่ส่งเสียงดังรบกวน แต่สุดท้ายพอเวลาผ่านไปไม่นานทางเจ้าของก็กลับมาดำเนินกิจการเหมือนอย่างเดิมอีก พอมีเจ้าหน้าที่มาเตือนก็หยุด พอเจ้าหน้าที่ไปก็ทำต่อ

สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบปัญหาเรื่องสุขภาพกับครอบครัวตนเป็นอย่างมากที่ต้องมาอดทนดมฝุ่นและเสียงเครื่องมือตัดเจียรทั้งกลางวันและกลางคืน บางคืนก็ลากยาวไปถึงเที่ยงคืน จนทำให้แม่ของตนต้องตัดสินใจประกาศขายบ้านหลังนี้ในราคา 5 บ้านบาท เพื่อย้ายหนี

นายพีรภัทร กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนไม่เคยคุยกับเจ้าของที่ดินข้างบ้าน ได้แต่เก็บรวบรวมหลักฐานส่งให้ทาง อบต.เพียงอย่างเดียว หลังตกเป็นข่าวไป ทาง อบต.บางขนุนได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบอีกครั้วแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้ทางเจ้าของที่ดินหยุดดำเนินกิจการที่ทำอยู่โดยเด็ดขาด

และสั่งให้ย้ายรถและอุปกรณ์เครื่องมือหนักออกจากพื้นที่ภายใน 2 วัน หลังตรวจสอบพบว่าเป็นการดำเนินกิจการที่ไม่ได้ขออนุญาตจากทาง อบต.เจ้าของพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านพักอาศัยในชุมชนแล้ว ซึ่งตนจะรอดูว่าทางเจ้าของที่ดินจะยอมหยุดดำเนินกิจการแล้วย้ายอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกไปหรือไม่ หรือจะบ่ายเบี่ยงเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีก

ด้าน นางผกามาศ ภู่โหมด อายุ 60 ปี อดีตกำนัน ต.บางขนุน ซึ่งลงพื้นที่มาติดตามเรื่องพอดี กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเจ้าของบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้ทำเรื่องร้องเรียนไปถึง อบต.บางขนุน รวมทั้งตนมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งก็มีการลงพื้นที่มาตรวจสอบกัน

เพราะการดำเนินกิจการของเจ้าของที่ดินสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของบ้านจริง ซึ่งก็ได้มีการตักเตือนกันไปแล้ว และทางเจ้าของที่ดินก็รับปากว่าจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้านอีก

ซึ่งตนก็นึกว่าทั้งสองฝ่ายคงปรับความเข้าใจจบปัญหากันไปเรียบร้อยแล้ว ไม่คิดว่าทางเจ้าของที่ดินยังคงดำเนินกิจการต่อโดยไม่ได้ทำตามสัญญาเหมือนที่รับปากไว้ จนทำให้เจ้าของบ้านที่อยู่ติดกันถึงกับต้องประกาศขายบ้านหนี

อย่างไรก็ตาม ตนได้สอบถามไปยัง อบต.แล้ว ทราบว่าทาง อบต.จะออกหนังสือคำสั่งมาปิดประกาศให้ทางเจ้าของที่ดินยุติการดำเนินกิจการในพื้นที่แล้ว และหากฝ่าฝืนก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องถิ่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน