ผช.รมว.ศธ. แจ้งข้อมูล “ตั๋วครู” 1.8 หมื่นราย หมดอายุ จี้ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก่อนเปิดเทอม 16พ.ค.นี้ พบ “สพฐ.” มากสุด ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก1ปี
25 เม.ย. 68 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และโฆษก ศธ. เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเปิดเผยข้อมูลว่า
ขณะนี้มีครูกว่า 25,000 รายทั่วประเทศ ที่ยังไม่ได้ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และจำเป็นต้องดำเนินการต่ออายุให้ทันในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 เพราะหากไม่มีใบอนุญาตฯ จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาได้
กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากการที่ครูถือใบอนุญาตฯอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง นักเรียน รวมไปถึงโรงเรียนต้นสังกัดในการปฏิบัติหน้าที่สอนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น จึงอยากขอเชิญชวนครูทุกคนที่ยังไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตฯ เร่งดำเนินการต่ออายุให้เรียบร้อยก่อนทำการสอนนักเรียนช่วงเปิดภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2568 วันที่ 16 พฤษภาคมนี้
“ศธ.รณรงค์ให้ครูมาต่อใบอนุญาตฯ โดยมุ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการดังกล่าว เพื่อเป็นการยืนยันว่าตลอดการถือใบอนุญาตฯ ได้มีการพัฒนาตนเองและยังคงอยู่ในหลักจริยธรรมของความเป็นครูมาโดยตลอด
ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดพบว่า มีครูซึ่งใบอนุญาตฯ หมดอายุไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2567 และยังไม่มาต่อใบอนุญาตฯกว่า 18,000 คน แบ่งเป็น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประมาณ 11,000 คน และสังกัดอื่นๆ ประมาณ 7,000 คน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ โดยยังไม่ได้ตัดครูที่เลิกสอน หรือลาออกแล้วออกไป” นายสิริพงศ์กล่าว
นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ศธ.อยากขอเชิญชวนให้ครูที่ยังไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตฯให้ดำเนินการต่ออายุให้แล้วเสร็จก่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2568 เนื่องจากหากตรวจพบว่าทำการสอนโดยถือใบอนุญาตฯที่หมดอายุจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโรงเรียนต้นสังกัดอาจจะมีความผิดร่วมด้วยในข้อหาที่ว่า จ้างครูที่ไม่มีใบอนุญาตฯที่ถูกต้องตามกฎหมายมาปฏิบัติการสอน
“สำหรับครูที่ต้องการต่อใบอนุญาตฯสามารถตรวจสอบสถานะใบอนุญาตฯได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตฯผ่านระบบ KSP Self-Service ซึ่งทุกขั้นตอนสามารถดำเนินการผ่านทางโทรศัพท์มือถือ มีความสะดวกช่วยลดภาระครูในเรื่องการเดินทาง ดังนั้น จึงอยากให้ครูเร่งต่อใบอนุญาตฯให้เรียบร้อยก่อนเปิดภาคเรียนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางกฎหมายตามมาในภายหลัง” นายสิริพงศ์กล่าว