ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิพากษา ให้ชาวลีซู 3 ราย ใน อ.เชียงดาว จ่าย 1.5 แสน ‘คดีโลกร้อน’ โดนกรมอุทยานฟ้อง บุกรุกทำลายพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา
ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น(CPCR) รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2568 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาชาวบ้านลีซูจ่าย 1.5 แสน ‘คดีโลกร้อน’ หลังถูกเรียกค่าเสียหาย 6 แสนบาท จาก ‘โปรแกรมประเมินความเสียหาย’
โดย ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น(CPCR) ร่วมกับ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม – EnLAW ให้ความช่วยเหลือคดีโลกร้อน หรือ คดีที่มีการ “เรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ” ตามมาตรา 97 พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 แก่ชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู 3 รายในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
คดี ‘โลกร้อน’ เป็นคดีแพ่งที่กลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง หรือกลุ่มคนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีวิตมักต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเมื่อมีการดำเนินคดีอาญาฐานความผิดเกี่ยวกับที่ดินป่าไม้ แม้ชาวบ้านยังไม่ได้ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด หน่วยงานของรัฐก็มักจะเรียกค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมรวมเข้ามาตั้งแต่ในชั้นพนักงานสอบสวน
การเรียกค่าเสียหายดังกล่าวจะมีการนำโปรแกรมที่ชื่อว่า “แบบจำลองสำหรับประเมินค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายป่าไม้”มาใช้ประเมินค่าเสียหาย โดยมีการเก็บตัวอย่างดิน หาค่าความลาดชัน และตรวจวัดเส้นรอบวงต้นไม้แล้วนำตัวเลขที่ได้มากรอกในโปรแกรม
หลังจากนั้นโปรแกรมจะประเมินค่าเสียหายทั้งหมดให้ แต่โปรแกรมนี้มีการคิดรวม “ค่าเสียหายจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น” โดยไม่ได้วัดหรือใช้ข้อมูลอุณหภูมิจริงในพื้นที่ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการประเมินที่ไม่เป็นธรรม และเรียกคดีลักษณะนี้ว่า “คดีโลกร้อน”
โดยข้อเท็จจริงในคดีนี้ เป็นกรณีที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฟ้องให้ชาวบ้านชาติพันธุ์ลีซู 3 ราย ใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ชดใช้ค่าเสียหายจากการบุกรุกทำลายพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา 6.26 ไร่ จากการเข้าไปทำกิน 372,415 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 9 ก.ค.2557 จนถึงวันฟ้อง รวมทั้งสิ้น 625,314 บาท
ทนายความของศูนย์ฯ ให้การโต้แย้งในส่วนค่าเสียหายโลกร้อนว่าเป็นการประเมินโดยไม่เป็นธรรม เนื่องจากโปรแกรมดังกล่าวถูกนำไปใช้ทั่วประเทศ การคิดค่าเสียหายโดยโปรแกรมจึงไม่เป็นไปตามสภาพพื้นที่จริง
นอกจากนี้ พื้นที่เกิดเหตุมีสภาพป่าฟื้นคืนแล้วและที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐไม่เคยเข้าไปฟื้นฟูบริเวณดังกล่าว แต่กลับมีการเรียกค่าเสียหายจำนวนหกแสนกว่าบาท การดำเนินการดังกล่าวจึงเป็นการเรียกค่าเสียหายที่สูงเกินควรและไม่เป็นธรรมกับประชาชน
ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 14 พ.ค. ศาลจังหวัดเชียงใหม่ มีคำพิพากษาให้ชาวบ้านทั้ง 3 ราย ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวนทั้งสิ้น 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 จนกว่าจะชำระเสร็จ
ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น(CPCR)