มท.แจ้ง ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด แก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ มุ่งบูรณาการ อปท.ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา ให้เด็ก-เยาวชนได้รับการเรียนรู้ที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่
เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2568 นายมนัส สุวรรณรินทร์ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างความเสมอภาค ความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ได้มอบนโยบายเน้นหนัก 5 ด้าน เพื่อให้ผู้ว่าฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายและกลไกกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนส่วนราชการและทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่ขับเคลื่อน เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่กระทรวงมหาดไทยร่วมเป็นภาคีกับสหประชาชาติอีกด้วย
นายมนัส กล่าวว่า การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาหรือพัฒนาศักยภาพตามความถนัดของผู้เรียน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เป็นอีกหนึ่งในแนวทางการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชนที่กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 28 พ.ค.67 ได้มีมติรับทราบมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) และนายกฯ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ ระดับชาติ (คกส.)
กระทรวงมหาดไทยได้เป็นหนึ่งในคกส. พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลายเป็นศูนย์ ระดับจังหวัด เมื่อช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยให้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
นายมนัส กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมานายอนุทิน ในฐานะรองนายกฯ กำกับดูแลการปฏิบัติราชการกระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ติดตามการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมการดำเนินการของผู้ว่าฯ ในฐานะผู้นำการบูรณาการในระดับจังหวัดที่มุ่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาทิ
นโยบาย “สุรินทร์เป็นหนึ่ง” และนโยบาย “บุรีรัมย์โมเดล” ที่มีผู้ว่าฯ ทั้ง 2 จังหวัด มุ่งมั่นจับมือกับทุกภาคส่วนพัฒนาการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพ่อเมืองสร้างเครือข่ายการศึกษา โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องช่วยแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันในการดำเนินงาน
เพื่อทำให้เด็กที่หลุดออกนอกระบบหรือไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษากลับมาอยู่ในระบบการศึกษาตามกระบวนการ “ป้องกัน แก้ไข ส่งต่อ ติดตาม” รวมถึงร่วมกับทุกภาคส่วนดูแลกลุ่มเสี่ยง พร้อมหาวิธีการช่วยเหลือและแก้ไข
นายมนัส กล่าวอีกว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ ระดับชาติ (คกส.) โดยที่ประชุมมีมติให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่สนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้กลายเป็นศูนย์
ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยจึงได้แจ้งไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ได้เน้นย้ำไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในพื้นที่ อาทิ เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ ซึ่งอาจใช้คณะกรรมการที่มีอยู่เดิมหรือแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนในระดับท้องถิ่น
โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือเพื่อไม่ให้มีเด็กและเยาวชนคนใดสูญหายจากการดูแลของหน่วยงานรัฐ ส่งเสริมให้เกิดการศึกษาหรือการเรียนรู้ตามศักยภาพผ่านการสนับสนุนจากอปท. ซึ่งถือเป็นกลไกที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลเด็กและเยาวชนในพื้นที่ของอปท. ที่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของอปท.ด้านการจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงแก่ประชาชนในเขตพื้นที่ ตามอำนาจหน้าที่ของอปท.