ตร.รู้แล้วคือใคร ศพยัดถังทิ้งน้ำ เป็นชายกลางคน อายุประมาณ 50 ปี รู้ที่มารอยสัก 9 ยอด ไปสักมาจากที่ไหน โต้ข้อมูลเพจดังไม่ใช่กลุ่ม LGBTQ

กรณีพบศพชายไทยไม่ทราบชื่อ ถูกฆ่านำร่างใส่ถังพลาสติกโยนทิ้งอ่างเก็บน้ำตะคร้อ หมู่ 7 ต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากเสียชีวิตมา 3-5 วัน จึงอยู่ในสภาพเริ่มเน่าเปื่อย และยังไม่สามารถยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อระบุตัวผู้เสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 20 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก “เพจเจ้ม้อยV+” เผยแพร่ข้อมูลลงบนเพจว่า มีผู้ติดตามเพจรายหนึ่งเข้ามาให้เบาะแส โดยสงสัยว่าร่างในถังอาจเป็นเพื่อนของเธอชื่อ “ฟลุ๊ค” หรือนายบำรุง สีทะบาล อายุ 37 ปี ชาวเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกับผู้เสียชีวิตทั้งรูปร่างและรอยสัก

โดยฟลุ๊คเคยเป็นนักวอลเลย์บอลโรงเรียน และภายหลังเปิดร้านทำผมในชื่อ “Entrance” ก่อนจะเลิกกิจการไป ลักษณะภายนอกของฟลุ๊คคือผิวขาว สูงประมาณ 180 เซนติเมตร ปากคล้ำ บุคลิกใจร้อนเล็กน้อย หลังมีข่าวพบศพ เพื่อนสนิทกลุ่มเดิมส่งภาพรอยสักกลางหลังมาเปรียบเทียบ ซึ่งคล้ายกับลายที่ฟลุ๊คเคยไปสักไว้ที่สำนักพระอาจารย์ดำ อ.หนองไผ่ โดยเฉพาะรอยสักเก้ายอด ที่สักแก้เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าในอดีตฟลุ๊คเคยมีปัญหาเรื่องการเงิน เคยขอให้เพื่อนช่วยค้ำประกันรถ แต่ถูกปฏิเสธและห่างจากกลุ่มเพื่อนไปกว่า 6 ปี ต่อมาแม่ของฟลุ๊คที่อยู่ฮ่องกงเสียชีวิต ทำให้เขาได้รับมรดกเป็นเงินสดและบ้านในเพชรบูรณ์

ซึ่งต่อมาก็มีข่าวว่าขายบ้านดังกล่าวไปแล้ว ขณะที่เพื่อนหลายคนกังวลว่า หากฟลุ๊คคือผู้เสียชีวิตจริง อาจมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินส่วนตัว ทั้งนี้ เพื่อนๆ ยังหวังว่า หากฟลุ๊คยังมีชีวิตอยู่ ให้ติดต่อกลับมาโดยเร็ว เพราะทุกคนเป็นห่วงอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ตรวจสอบข้อมูลตรงนี้แล้ว พร้อมกับส่งทีมตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูล ตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมา แต่จากแนวทางการสืบสวนของเรา ตั้งแต่วันที่พบศพจนถึงวันนี้ ตร.ได้ข้อมูลที่สวนทางกันกับเพจที่โพสต์ให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ ที่ทางตร.ได้รับคำยืนยันจากแพทย์ชันสูตรแล้ว

ทราบว่าศพผู้เสียชีวิต เป็นชายไทยอายุ ประมาณ 50 ปี เมื่อตรวจสอบที่ผิวหนัง และที่รอยนิ้วมือ ก็พอจะระบุถึงอาชีพคนตายได้ว่าเจ้าตัวทำงานหนักประเภทไหนมา และมีข้อมูลเกี่ยวกับการสืบหาอัตลักษณ์ของคนตายไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว พอจะรู้ตัวว่าใคร แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในตอนนี้ ต้องรอหลักฐานที่ขาดอยู่ มาประมวลผลให้ครบก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงรอยสักบนหลังของผู้ตาย พล.ต.ต.นเรวิช กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ทราบแล้วว่ารอยสักในลักษณะแบบนี้ ไปสักมาจากที่ไหน แต่สิ่งที่บ่งบอกจากรอยสักที่ร่างของผู้ตาย ก็พอระบุได้ว่า ต้องเป็นชายวัยกลางคนขึ้นไป ถึงจะสักในตำแหน่งของร่างกายในลักษณะนี้

“ต้องอย่าลืมว่า ตอนที่เราพบศพ เราพบหลักฐานที่ติดอยู่กับตัวผู้ตายคือกระดาษพันยาเส้น รวมถึงโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ที่ถูกถอดซิมออก ซึ่งทั้งหมดนี้เราเช็กทุกมิติอย่างละเอียด รวมถึงรัศมีรอบอ่างเก็บน้ำ ที่มีอาณาเขตโดยรอบกว่า 30 กิโลเมตร เราก็กระจายกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ เช็กกล้องวงจรปิดทางเข้าออกทั้งหมด โดยรถทุกคันที่ตรวจเจอการเข้าออกรอบอ่างเก็บน้ำ เราก็ไปตรวจสอบกับเจ้าของรถทุกคัน” พล.ต.ต.นเรวิช กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน