พ่อร่ำไห้เล่าสาเหตุ ลูก12ขวบ หนีไปนอนโรงเรียนร้าง ยอมรับใช้นวดทั้งคืนจริง เพราะป่วยโรคไตระยะสุดท้ายไม่สบายตัว ย่าโต้ลำเอียง ยันรักหลานเท่ากันทุกคน ถ้าพม.เอาไปก็ยินดี

กรณี ด.ช.อาต้า อายุ 12 ปี หนีไปกางมุ้งนอนที่โรงเรียนร้าง จ.อุดรธานี โดยนำภาพของแม่ที่เสียชีวิตแล้วมาวางไว้ข้างตัว ส่วนสาเหตุ ด.ช.บอกว่า ถูกพ่อทำร้ายร่างกาย ส่วนปู่และย่าก็รักหลานไม่เท่ากัน จึงหนีออกมานอนที่นี่ ต่อมาชาวบ้านได้พา ด.ช. ไปฝากไว้กับ พระมหาวัฒนา จิตตสาโร เจ้าอาวาสวัดบ้านโนนจำปา ให้ที่นอนเป็นการชั่วคราว ล่าสุด ด.ช.อยู่ในความดูแลของ พมจ.อุดรธานี ไปอยู่บ้านพักเด็กและเยาวชน จ.อุดรธานี เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดวันที่ 22 พ.ค. 2568 นางสำรอง (สงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี ย่าของ ด.ช.อาต้า ชี้แจงว่า ตนไม่ได้รักหลานลำเอียง ไม่ได้ไล่ไปนอนโรงเรียนร้าง ยอมรับว่าโกรธมากที่มีคนมาต่อว่ากับเรื่องดังกล่าว ตนไม่เคยคิดจะทิ้งหลาน ทุกครั้งที่หนีออกจากบ้านจะไปตามกลับมาเสมอ แต่หลานก็ไปหลบซ่อน ส่วนสาเหตุเพราะพ่อชอบใช้ทำงานบ้าน หลานไม่อยากทำเลยหนีออกจากบ้าน เพราะหลานติดมือถือชอบเล่นเกมส์อยากมีอิสระ

นางสำรอง กล่าวว่า ตอนนี้ตนไปวัดก็ไม่ได้ ชาวบ้านนินทาว่าไม่รักหลาน ปล่อยให้หนีไปนอนโรงเรียนร้าง ส่วนที่เขานอนข้างรูปถ่ายแม่นั้น ตนรู้แต่ว่าแม่เขาเป็นคนเขมรได้ยินข่าวว่าถูกข่มขืนแล้วฆ่าหลายปีแล้ว เขาคงคิดถึงแม่จึงเอารูปถ่ายไปไว้ข้างที่นอน เมื่อวานเจ้าหน้าที่ พมจ.มาหา ตนก็บอกว่าเอาไปก็ดี ทั้งนี้อยากให้เข้าใจหัวอกตนบ้าง ตนรักหลานทุกคนไม่เคยลำเอียง ตอนนี้โกรธมากคนมาว่าเยอะมาก ถ้าสุดทนคงจะแจ้งความ

ด้าน นายโจอี้ อายุ 47 ปี พ่อของ ด.ช.อาต้า กล่าวว่า ตนเป็นโรคไตวายระยะสุดท้ายและวัณโรค ที่ลูกหนีไปนอนที่โรงเรียนร้าง เพราะเขาชอบเล่นมือถือจนไม่อยากทำอะไรตามที่ตนใช้ ยอมรับว่าใช้ให้ลูกนวดให้ทั้งคืนเป็นเรื่องจริง เพราะตนป่วย ส่วนเรื่องทำร้ายก็มีบ้างใช้ไม้ตีไม้ฟาดด้วย เพราะคิดว่าเป็นการสั่งสอนลูก แต่ตอนนี้เลิกทำแล้ว โดยเวลาที่ดุก็อาจจะมีคำหยาบเพราะตนไม่ใช่คุณหนูคุณนาย ไม่ใช่คนร่ำรวย

“ผมเป็นพ่อก็รักทุกคน ผมมีลูก 2 คน อาต้าเป็นลูกคนสุดท้อง แต่อาต้าเขาไม่เข้าใจว่าพ่อรัก ผมเป็นห่วงอาต้าคิดถึงลูกชาย ผมอยากเข้าไปหาลูกชาย ไปเยี่ยมลูกชาย เพราะผมห่วงจะเข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้ อยากให้เขามีชีวิตที่ดี ผมเป็นอย่างนี้ไม่รู้ผมจะตายวันไหน ผมตีลูกก็เพราะผมรักลูกชาย” นายโจอี้ กล่าวทั้งน้ำตา

ขณะที่ นายสิทธิชัย ดิษฐเจริญ อายุ 58 ปี ชาวบ้านโนนจำปา กล่าวว่า เห็นน้องอาต้ามานอนตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมแล้ว ก็แปลกใจว่าทำไมเด็กมานอนกางมุ้งอยู่ตรงนี้ ถ้าตนไม่มีลูกมีหลานตนก็จะเอาไปเลี้ยงเพราะเห็นแล้วสงสาร ทั้งนี้ก็ดีใจที่มีเจ้าหน้าที่ฯ มารับน้องไปดูแลแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน