ทหารเกณฑ์ คลั่งยานรก ลากลับบ้านไม่อยากกลับค่าย คว้ามีดพร้าฟันหัวหลานสาหัส ก่อนใช้มีดจี้ตัวเองนาน 6 ชั่วโมง ก่อนตกใจหน่วยสวาทเตรียมชาร์จ ยอมทิ้งอาวุธ
วันที่ 25 พ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วานนี้ (24 พ.ค.) ร.ต.อ.วสันต์ รักแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง รับแจ้งเหตุชายถูกฟันด้วยอาวุธมีดบาดเจ็บสาหัส ในบ้านพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ภู่จินดา ผกก.สภ.ปะเหลียนรับทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.ท.โชคดี ยูเด็น สวป. พ.ต.ท.สุชาติ ทองนวน สว.สส. นายพัชรเดช เย็นทั่ว หรือ ผู้ใหญ่ขวด ผญบ.หมู่ 5 กำลังชุดตำรวจชุดสืบสวน สายตำตรวจ ต.บ้านนา และฝ่ายปกครอง
ที่เกิดเหตุในบ้านพบรอยเลือดจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกระเบื้อง ส่วนผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นายอรรถพล (สงวนนามสกุล) อาชีพกรีดยางพารา ซึ่งอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวถูกพลเมืองดีนำส่ง รพ.หาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
ต่อมาถูกนำตัวส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ตรัง เพื่อช่วยเหลือยื้อชีวิตเป็นการเร่งด่วน ไปก่อนหน้านี้แล้ว เบื้องต้นถูกฟันด้วยมีดพร้าเข้าที่กลางศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต ยังไม่พ้นขีดอันตราย
ส่วนผู้ก่อเหตุ นายธนาภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี น้าของผู้บาดเจ็บ และเป็นทหารเกณฑ์ ค่ายแห่งหนึ่ง ใน อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งอาศัยอยู่ภายในบ้านที่เกิดเหตุหลังเดียวกัน ภายหลังก่อเหตุนำมีดพร้าซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุไปทิ้งในพงหญ้าข้างถนน เพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนขี่ รถ จยย. หลบหนีออกไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ก่อเหตุ ขับรถออกไปบอกญาติในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านนาโต๊ะเสี๊ยะ ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน ว่าก่อเหตุฟัน นายอรรถพล ซึ่งเป็นหลานแล้ว ก่อนจะขับรถไปจอดร้องไห้ อยู่ที่หน้าที่พักตำรวจสายตรวจ ต.บ้านนา และก่อนจะขับรถวกกลับไปยังขนำหลังหนึ่งภายในสวนยางพารา ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 10 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน

ต่อมากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปปิดล้อมพื้นที่ พบผู้ก่อเหตุสวมเสื้อกีฬาสีขาวเปื้อนเลือด และนุ่งกางเกงกีฬาสีดำ นั่งอยู่หน้าขนำ โดยได้ใช้มีดสปาต้า ขนาดความยาวประมาณ 10 นิ้วจี้คอตัวเองอยู่ อีกทั้งยังนั่งพูดเพ้ออยู่คนเดียว พร้อมกับสูบบุหรี่ในบางช่วง เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ใหญ่บ้าน พยายามพูดเกลี่ยกล่อมให้ยอมออกมามอบตัว แต่ไม่เป็นผล จึงประสานขอกำลังตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษศรีตรัง (หน่วยสวาทศรีตรัง) พร้อมอาวุธครบมือเข้ามาร่วมในการจับกุมตัว ซึ่งจากการกดดันและไลก่เกลี่ยกล่อมเพื่อให้มอบตัวไม่เป็นผล
จนถึงเวลาประมาณ 16.30 น. ผู้ก่อเหตุเดินออกมาและขึ้นไปใช้อาวุธมีดจี้คอตัวเองยืนอยู่บนท้ายรถกระบะของผู้ใหญ่บ้าน โดยมีพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ ทันใดนั้น ตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษศรีตรัง (หน่วยสวาทศรีตรัง) พร้อมอาวุธครบมือ เปิดปฎิบัติการเพื่อเข้าจู่โจมจับกุมตัว ทำให้ผู้ก่อเหตุตกใจ จึงยอมส่งอาวุธมีดสปาต้าให้กับผู้ใหญ่บ้าน และถูกรวบตัวได้ในที่สุดโดยใช้ระยะเวลานานกว่า 6-7 ชั่วโมง ก่อนนำตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียดที่ สภ.ปะเหลียน
เบื้องต้นนำตัวไปทำการตรวจปัสสาวะ พบเป็นฉี่ม่วง มีการเสพยาเสพติด จึงสอบปากคำ ในช่วงแรกผู้ก่อเหตุยังให้การวกวน เนื่องจากฤทธิ์ของยาเสพติด ต่อมาจึงรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยแนวทางการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นทหารเกณฑ์ โดยอยู่ในช่วงขอลากลับมาบ้าน และล่วงเลยครบกำหนดวันลามาแล้ว 4 วัน และใกล้จะปลดประจำการแล้วในวันที่ 31 ต.ค.ที่จะถึงนี้
โดยเจ้าตัวตั้งใจว่าหลังจากปลดประจำการ จะไปเป็นทหารพรานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุนางน้อย (สงวนนามสกุล) ผู้เป็นแม่มาพูดให้ผู้ก่อเหตุ กลับไปค่ายทหารได้แล้ว เนื่องจากล่วงเลยเวลามาแล้ว
ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจ และบ่นน้อยใจหากกลับไปค่ายทหารต้องทำงานเหนื่อย จึงไม่อยากกลับ และมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดอย่างหนักจากพิษของยาบ้าที่เสพเข้าไป จึงหยิบมีดพร้าด้ามสั้นฟันศีรษะหลานเต็มแรง ที่กำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องนอน เนื่องจากเหนื่อยล้า หลังเพิ่งกลับมาจากการกรีดยางพารา
ทันใดนั้นผู้ก่อเหตุได้ไปหยิบมีดสปาต้าเพื่อจะนำมาเชือดคอหลานที่กำลังนอนบาดเจ็บจากการถูกฟันแล้วซ้ำอีกครั้ง โดยได้ทำการจับหัวแล้ว แต่ถูกผู้เป็นแม่ห้ามไว้ได้ทัน ก่อนวิ่งออกจากบ้าน และขับรถหลบหนีออกไปพร้อมอาวุธมีด และถูกจับกุมได้ในที่สุด

จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุติดยาเสพติดโดยการเสพยาบ้า ก่อนหน้าจะไปประจำการเป็นทหารเกณฑ์ เคยถูกนำตัวไปบำบัดยาเสพติดเป็นระยะเวลา 15 วันมาก่อนแล้ว ก่อนจะมาก่อเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่าผู้อื่น , เสพยาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) , พกพาอาวุธมีด ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร ก่อนจะนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
