สสจ.สระแก้วเร่งสอบสวน หลังเจอแล้วรายแรก ผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ พฤติกรรมเสี่ยง ดื่มสุรา กินซอยจุ๊ ขอกลุ่มเสี่ยงรายงานตัว ยันในพื้นที่ยังปลอดภัย
วันที่ 2 มิ.ย.2568 จากกรณีสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี รายงานพบผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์รายแรกของ จ.สระแก้ว เป็นชายอายุ 53 ปี อาชีพรับจ้างตัดไม้ มีภูมิลำเนาอยู่ ต.ท่าแยก อ.เมืองสระแก้ว ขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาที่รพ.พัทยาปัทมคุณ จ.ชลบุรี
ล่าสุดเรื่องนี้ นพ.ธราพงษ์ กัปโก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยังอยู่ระหว่างการรักษาที่ รพ.พัทยาปัทมคุณ จ.ชลบุรี ซึ่งหลังจากที่ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วย ทีมสอบสวนโรคจากกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.สระแก้ว ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองสระแก้ว รพ.สต.ในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่สอบสวนโรคและติดตามกลุ่มเสี่ยงในช่วงเช้าและช่วงบ่ายวันนี้
” จากการลงพื้นที่ช่วงเช้าวันนี้ในอ.เมือง พบกลุ่มที่มีพฤติกรรมเชือดวัวในพื้นที่ ซึ่งยังไม่สามารถระบุชัดว่าวัวที่ถูกเชือดเป็นต้นตอของการติดเชื้อหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องเก็บตัวอย่างสิ่งของที่เกี่ยวข้อง เช่น มีด เขียง และสถานที่ชำแหละ เพื่อตรวจสอบว่ามีสปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบเพิ่มเติม ”
นพ.ธราพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนใหญ่ประชาชนที่อยู่ในจ.สระแก้ว เป็นกลุ่มครอบครัวที่มีพฤติกรรมรับประทานเนื้อวัวดิบ ซึ่งจะต้องตรวจสอบดูว่า มีการรับประทานเนื้อวัวดิบตั้งแต่เมื่อไร หรือมีการฆ่าวัวแล้วกี่วัน แต่ยังไม่พบการแพร่ระบาดไปยังอำเภออื่นของจังหวัด โดยคาดการณ์ว่าในอ.เมือง เป็นพื้นที่ที่พบเชื้อแอนแทรกซ์มากกว่าในพื้นที่อื่นๆของ จ.สระแก้ว เนื่องจากชายคนไข้ดังกล่าวอยู่ติด อ.เมือง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เช่น การกระจายไปในอำเภออื่นหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ได้รับจากผู้ป่วยมีค่อนข้างน้อย ต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนเองในพื้นที่ และถามหาผู้ที่ร่วมรับประทานเนื้อดิบด้วยกันว่ามีอาการอย่างไรบ้าง
“สำหรับแนวทางการป้องกันเบื้องต้น แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารดิบ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อโค กระบือ แพะ แกะ และหากจำเป็นต้องมีการชำแหละสัตว์ ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อป้องกันเชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รวมถึงผู้ที่เคยสัมผัสสัตว์หรือรับประทานเนื้อดิบ หรือไม่แน่ใจในอาการ ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือทีมสอบสวนโรคในพื้นที่ที่ลงไปยังพื้นที่ต่างๆ ว่ามีการเกี่ยวเนื่องกับเชื้อแอนแทรกซ์หรือไม่”
นพ.ธราพงษ์ ระบุด้วยว่า โรคแอนแทรกซ์ไม่มีรายงานติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง แต่ติดต่อจากสัตว์สู่คนผ่านการบริโภคสัตว์ที่ติดเชื้อโดยเฉพาะสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น โค กระบือ แพะ แกะ หรือการสัมผัสโดยตรง เช่น การรับประทานเนื้อดิบ หรือจับสัมผัสเนื้อดิบโดยตรง ส่วนกรณีที่ติดต่อทางอากาศได้ จะเป็นสปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์ โดยปกติเลือดของสัตว์ที่ป่วยจะมีเชื้อโรคอยู่ เมื่อมีการชำแหละหรือการฆ่าอย่างไม่ถูกสุขลักษณะหรือฆ่าตามบ้าน เลือดสัตว์จะกระจายไปอยู่ที่บริเวณสนามหญ้า หรือพื้นที่บริเวณนั้น ซึ่งสปอร์สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 10–20 ปี หากไม่จำกัดด้วยวิธีที่เหมาะสม
” ดังนั้นจะต้องตรวจสอบหาสปอร์และเชื้อบริเวณที่มีการฆ่าสัตว์ หากตรวจสอบแล้วพบเชื้อ จะทำการพ่นปูนขาวและฆ่าเชื้อโรคอย่างถูกวิธี เชื้อก็จะไม่แพร่ออกไป ส่วนใหญ่ติดต่อทางสัตว์ที่ไปกินหญ้าบริเวณนั้น ส่วนคน หากเข้าไปพื้นที่บริเวณนั้น มีโอกาสติดน้อยมาก และต้องสัมผัสเป็นเวลานานถึงจะติดเชื้อได้ ซึ่งเชื้อจะไม่ปลิวในอากาศ
สถานการณ์ใน จ.สระแก้ว ยังถือว่าปลอดภัย และยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเติม แต่ต้องการสร้างความตระหนักและอยากให้กลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่เคยบริโภคเนื้อดิบหรือกลุ่มเสี่ยงเข้ามารายงานและแสดงตนเพื่อรับการตรวจสอบและเฝ้าระวัง” นพ.ธราพงษ์ กล่าว
อ่านข่าว ด่วน สระแก้วเจอแล้วรายแรก ผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ เผยพฤติกรรมเสี่ยง ดื่มสุรา กินซอยจุ๊

