คำสั่งด่วน กกล.สุรนารี สั่งปิดด่านช่องจอมพรุ่งนี้ เปิด 3 วัน จันทร์-พุธ-ศุกร์ ชาวบ้านแห่ส่งยางล้อ อาหารให้ทหารเฝ้ารักษาปราสาทตาควาย
วันที่ 7 มิ.ย. 2568 นายสุทธิชัย จันทร์สุระ ผู้ใหญ่บ้านละมงค์ หมู่ 5 ต.ณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ พร้อมทีมงานเป็นตัวแทนชาวบ้านอ.ศรีณรงค์ และ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ประกอบด้วย บ้านละมงค์ บ้านหนองเทพ บ้านอาวอก บ้านขอนทอง บ้านขอนแตก นำยางรถยนต์ พร้อมข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยากันยุง บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทที่ร่วมกันบริจาคมามอบให้ทหารที่ประจำการอยู่ชายแดน ไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์
โดยมีร.อ.ประเวศ สมชื่อ ผู้บังคับกองร้อย ทหารพรานที่ 2602 เป็นผู้รับมอบของ พร้อมกล่าวขอบคุณ แรงใจจากพี่น้องชาวไทยทุกคน ที่หลั่งไหลมาช่วยเหลือทหารที่ประจำอยู่ชายแดน โดยขอสัญญาว่า จะปฎิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ให้ดีที่สุด
วันเดียวกัน มีหนังสือคำสั่งจาก กองกำลังสุรนารี ลงวันที่ 7 มิ.ย.2568 เรื่องมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวร,จุดผ่อนปรนการค้าในพื้นที่ชายแดน ถึง ผวจ.อุบลราชธานี,ศรีสะเกษ,สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ตามคำสั่งกองทัพบก และ กองทัพภาคที่ 2 ระบุถึงรายละเอียด การประชุมของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ได้จัดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา
เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามที่ได้รับมอบหมาย กกล.สุรนารี ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้พิจารณาถึงผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยและกัมพูชา ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดของสถานการณ์ดังกล่าว กกล.สุรนารี จึงกำหนดมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวร,จุดผ่อนปรนการค้า ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ทั้งนี้การกำหนดมาตรการของวันเปิด-ปิดดังกล่าว แต่ละจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนการค้าก็มีรายละเอียดวันเปิด-ปิดที่แตกต่างกัน ขณะที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่านอ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้มีการปรับเวลาวันในการเปิด-ปิด จากเปิดทุกวัน เป็น 3 วันต่อสัปดาห์ ได้แก่ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-15.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 มิ.ย.68 เป็นต้นไป
ประชาชนทั้งสองประเทศผ่านเข้า-ออกได้โดยใช้พาสสปอร์ต หรือ บอเดอร์พาสต์เท่านั้น จำกัดการส่งออกสินค้ายุทธภัณฑ์ตามกฎหมาย งดการส่งออกสินค้าเพื่อการก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์เหล็กเส้น หรือสินค้าอื่นตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ ณ เวลานั้น ยานพาหนะทุกประเภทเข้า-ออกได้ตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้ปฏิบัติตามระเบียบและตามหลักสากล โดยผ่านการพิจารณาจาก หน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำพื้นที่



