รมว.ยุติธรรม เดินหน้าทลายขบวนการค้ายาเสพติดพื้นที่ จชต. แถลงจับยาไอซ์ 615 กิโลกรัม ใช้ไทยผ่านเตรียมส่งต่อประเทศที่3 เร่งขยายผลผู้บงการรายใหญ่

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 13 มิ.ย.2568 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตาม เร่งรัด การดำเนินงานป้องกัน ปราบปรามและแก้ไข ปัญหายาเสพติด ลงพื้นที่จังหวัดยะลา ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา แถลงการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยาไอซ์ 615 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา ของกลางหลายรายการ

โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอบต. พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองผอ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้มอบหมาย ให้ กอ.รมน.ภาค4 สน. กำหนดแผนรวมพลังจิตอาสา เอาชนะยาเสพติด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จว. และ 4 อ. ของ จว.สงขลา โดยเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.– 30 ก.ย.นั้น

ในด้านการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย โดยมอบหมายให้ ตร.ภ.9 เป็นเจ้าภาพหลัก ในการบูรณการกำลัง กับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กำลังทหารในพื้นที่ , กก.3 บก.ปส. 4, สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 9 เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ 150 หมู่บ้าน ชุมชน ซึ่งผลการปฏิบัติตั้งแต่ 1 มิ.ย.เป็นต้นมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 218 คดี ผู้ต้องหา 241 คน ของกลาง ยาบ้า 681,753 เม็ด ยึดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 17,222,996 บาท

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ตร.กก.สส.2 บก.สส.จชต. และหน่วยที่เกี่ยวข้องนำโดย พ.ต.อ.รัมลี วาเตะ ผกก.ฯ รรท.ผกก.สส.2 บก.สส.จชต. ได้ทำการจับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 1 คดี ผู้ต้องหา 3 คน คือนายอีรฮัม หรือฮัง อายุ 28 ปี นายอับดุลฮาดี หรือแบดี อายุ 57 ปี และนายไฟท์ซาร์ หรือแบซา พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 615 กิโลกรัม รถยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

เหตุเกิด บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ ชุมชนลูโบะฆง ม.3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยก่อนหน้าเมื่อเดือนก.ย.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.จชต. ได้ร่วมกันตรวจยึด ยาบ้า 396,000 เม็ด และออกหมายจับผู้ต้องหา 1 ราย หลังจากนั้นได้มีการสืบสวนติดตามเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่า บุคคลในเครือข่ายดังกล่าวที่ยังไม่ถูกจับกุม ยังมีความเคลื่อนไหว ในการลักลอบลำเลียง ยาเสพติด จากพื้นที่ ภาคเหนือและภาคอีสาน เข้ามาพักเก็บ ในบริเวณหมู่บ้านที่เกิดเหตุ

จึงได้ทำการสืบสวน โดยประสานกับแหล่งข่าวในหมู่บ้านชุมชน ต่อมาก่อนเกิดเหตุ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า เครือข่ายดังกล่าวมีการเตรียมการที่จะลำเลียงยาเสพติดชนิดไอซ์ จำนวนมาก เข้ามาพักเก็บ ในบริเวณหมู่บ้าน เพื่อรอส่งให้เครือข่ายในพื้นที่และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ประสานกำลังหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติการสืบสวนติดตาม ตรวจค้น และจับกุม

เบื้องต้นแจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) อันมีลักษณะเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน และ ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่งคงของรัฐหรือความปลอดภัย ของประชาชน โดยผิดกฎหมาย

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เป้าหมายคือการส่งผ่านไปยังประเทศที่สาม รวมทั้งนำมาใช้ในพื้นที่ของประเทศไทยที่อยู่แนวชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อประเทศเพื่อนบ้านมีการผลักดันอย่างเข้มข้น ยาเสพติดก็จะอยู่ในประเทศ นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้รับความเสียหาย

ปัจจุบันยาเสพติดถือเป็นปัญหาในระดับความมั่นคง ที่ทางรัฐบาลในความสำคัญในการกวาดล้างอย่างจริงจัง พร้อมทั้งขยายผลไปยังผู้ที่บงการ ผู้ค้ารายใหญ่ ที่มีการฟอกเงินจากขบวนการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งเตรียมการหารือในการประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหาความร่วมมือในการแก้ไขอย่างจริงจัง

พร้อมทั้งเปลี่ยนจากแผนบูรณาการ เป็นแผนยุทธการ ในการแก้ไขอย่างจริง ของแต่ละพื้นที่ โดยอาศัยพลังจิตอาสา เอาชนะยาเสพติด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้น เพื่อบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมทั้งแนวทางการบำบัด ฟื้นฟู เป็นการให้โอกาสผู้หลงผิด ได้กลับตัวกลับใจ คืนสู่สังคม ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ ต่อไป

สรุปผลการปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ 2568 (ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 -ปัจจุบัน) สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 12,107 คดี ผู้ต้องหา 12,538 คน ของกลาง ยาบ้า จำนวน 19,278,016 เม็ด ไอซ์ จำนวน 1,112 กิโลกรัม เฮโรอีน จำนวน 235 กิโลกรัม ยึดทรัพย์สิน มูลค่าประมาณ 590,721,409 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน