จับ อดีตผู้ช่วยจนท.การเงิน อุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ โกงเงินหลวง 8.2 ล้าน เผยโกงเงินที่ผู้ประกอบการนำมาจ่ายค่าภาคหลวงแร่ ค่าธรรมเนียมโรงงาน หนีทำงานปั๊ม
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.68 สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของ นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายสุพจน์ ศรีงามเมือง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 และนายอภินันท์ เรืองประเภท ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์
ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครสวรรค์ และสภ.เมืองนครสวรรค์ จับกุม น.ส.สุกัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ที่ 6/2568 ลงวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2568 ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน
หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2502 มาตรา 3,13 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบันที่ 6) พ.ศ.2566 มาตรา 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบันที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 7 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ
เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 65 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172, 192 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ.2555 ผู้ถูกกล่าวหาในขณะนั้น เป็นลูกจ้างชั่วคราว ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่การเงิน สังกัดสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ มีการทุจริตเงิน โดยเบียดบังเอาเงินที่ผู้ประกอบการนำมาชำระค่าภาคหลวงแร่ และค่าธรรมเนียมโรงงานไปเป็นของตนเอง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ มูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่า 8,200,000 บาท
โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าวปัจจุบันทำงานประจำอยู่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครสวรรค์ จึงประสานไปยังตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์และตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ วางแผนเข้าจับกุมจนสามารถจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับ แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ พร้อมทั้งดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566
ทั้งนี้ นำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับกุม และนำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งไปยังสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 6 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


