กำแพงเพชร พิษรักแรงหึงโหด สามีใหม่ บุกกระหน่ำแทง 30 แผล เมียดับสลดคาห้อง โมโหพยายามบอกเลิก เพื่อกลับไปคบผัวเก่า เพิ่งพ้นคุก ผู้ก่อเหตุใช้สิทธิ์ ไม่ขอทำแผน-เกรงได้รับอันตราย
15 มิ.ย. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฆาตรกรรมขึ้นที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเวลาเที่ยงคืนเศษที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 43 ปี เสียชีวิตในห้องนอนภายในบ้านหลังดังกล่าว
พันตำรวจเอกเอนก จันทร์ศร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ร่วมกันสอบปากคำผู้ก่อเหตุ นายภาณุ ป้องโล่ห์ หรือ เท่ห์ หรือ เต้ อายุ 27 ปี ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
นายภาณุ เล่าว่า ตนมีอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุก คบหาผู้เสียชีวิต น.ส.สมพิศ อายุ 43 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้าน ได้ 3 ปี ซึ่งตนรับรู้ว่า ผู้เสียชีวิตมีสามีและลูกมาก่อน แต่สามีเก่าถูกจำคุกคดีพยายามฆ่า 6 ปี กระทั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนทราบว่า สามีเก่าของผู้เสียชีวิตได้ออกจากคุกมาแล้ว
ช่วงที่ตนไปทำงานที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อยู่ๆ ผู้เสียชีวิตได้พยายามบอกเลิกตน เมื่อตนถามเหตุผล ก็บอกกับตนว่า จะขอกลับไปคืนดีกลับสามีเก่า อยากไปอยู่เป็นครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็เคยมีทะเลาะกันบ้างและตามง้อกันมาตลอด ซึ่งตนเอง เคยจับ GPS ได้ว่า ทั้งสองเคยออกไปหากัน ไปมีอะไรกัน
ก่อนเกิดเหตุ ตนลงมาจากแม่สอด จะมาเก็บเสื้อผ้า เพื่อจะไปทำงานต่างจังหวัด และได้ไปง้ออีกครั้ง ตนจอดรถหน้าบ้านผู้เสียชีวิต ได้ดื่มเบียร์มาก่อนหน้านี้ 3 ขวด จากนั้นตนจึงได้แอบเข้าหลังบ้านผู้เสียชีวิต เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนเห็นผู้เสียชีวิตหลับอยู่ จึงหยิบโทรศัพท์ผู้เสียชีวิตมาอ่านแชทเฟซบุ๊กและแชทไลน์ พบข้อความที่ทั้งสองคุยกัน และเจอข้อความที่พยายามหาทางบอกเลิก
จึงทำให้ตนโมโหเป็นจังหวะที่ผู้เสียชีวิตตื่นมาเห็น เข้ามาแย่งโทรศัพท์ และร้องโวยวาย ตนตกใจจึงใช้มีดพกที่เตรียมมาเพื่อป้องกันตัว หากเจอสามีเก่าอยู่ด้วยกันกับผู้เสียชีวิต โดยแทงไปที่ท้องก่อน จากนั้นก็แทงไปอีกหลายครั้งนับไม่ถ้วนสุดท้ายแทงเข้าไปที่บริเวณท้ายทอย
จากนั้นจึงได้วิ่งออกมาด้านหน้าบ้าน ก่อนขับรถหลบหนีไป เพราะคิดอะไรไม่ออก ก่อนจะโทรศัพท์ให้แม่ตนพาเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยอมรับผิด และสำนักผิดในสิ่งที่ตนกระทำลงไป
ด้าน นางแหลมทอง สุรพงษ์ อายุ 59 ปี แม่ของ ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ช่วงที่จะเกิดเหตุลูกสะใภ้โทรมาขอโทษ ที่จะขอกลับไปคืนดีกับสามีเก่า เพราะรู้สึกผิดที่เคยทำไม่ดีกับสามีที่เคยแจ้งจับสามีไปจนต้องถูกจำคุก ตนเองก็เข้าใจลูกสะใภ้ ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร ที่ผ่านมาลูกสะใภ้ก็เป็นคนดี
แต่ก็มีตำหนิว่าทำไมถึงได้รีบบอก น่าจะให้เวลากันหน่อย ตนเองเข้าใจฝ่ายหญิงดี กลัวว่า ลูกจะคิดมากเสียใจจนขับรถไปเกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่คิดเลยว่า ลูกชายจะกลับมาก่อเหตุฆ่ากันตายถึงขนาดนี้ ก็ได้แต่ปลอบใจ และให้ลูกยอมรับสิ่งที่ทำลงไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา บุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน พกพาอาวุธมีด” ซึ่งจะสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นพบว่า มีร่องรอยของการถูกมีดแทงทั้งหมดกว่า 30 แผล ส่วนเรื่องของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ผู้ก่อเหตุยืนยันขอใช้สิทธิ์จะไม่ขอทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากตนเคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับเพื่อนผู้เสียชีวิต เกรงว่าจะได้รับอันตราย