สบส. ลุยสอบ คลินิกย่านประชาอุทิศ ปฏิเสธรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ จนทรุดดับหน้าคลินิก หากพบผิด ยื่นแพทยสภา ดำเนินการตามจริยธรรมทางการแพทย์
วันที่ 18 มิ.ย.2568 ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวกรณีผู้ป่วยชาย อายุ 60 ปี ซึ่งมีประวัติการป่วยด้วยโรคหัวใจ ได้เข้ามาติดต่อขอรักษาพยาบาลอาการแน่นหน้าอก กับคลินิก ย่านประชาอุทิศ แต่ทางคลินิกปฏิเสธการรักษาพยาบาลและให้ไปรักษาที่สถานพยาบาลอื่น
เวลาต่อมาผู้ป่วยมีอาการทรุดลงและเสียชีวิตบริเวณหน้าคลินิก ซึ่งทางสบส.ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที
เบื้องต้นพบว่า คลินิกดังกล่าวปิดทำการ แต่ สบส.จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ และดำนินการสอบในประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ได้แก่ 1.คลินิกได้ทำการประเมิน และช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลเพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพ หรือถ้ามีความจำเป็นต้องส่งต่อเพื่อไปรับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลอื่น ได้จัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นอย่างเหมาะสมหรือไม่
2.คลินิกได้ประเมินเกณฑ์ผู้บาดเจ็บว่าเข้าข่ายฉุกเฉินวิกฤตตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) หรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่าคลินิกมิได้ดำเนินการตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด สบส. ก็จะดำเนินการเอาผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 พร้อมส่งเรื่องให้แพทยสภาดำเนินการตามจริยธรรมทางการแพทย์ต่อไป” ทพ.อาคม กล่าว
รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้กำหนดอาการของผู้ป่วยที่เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) ไว้ 6 ข้อ ได้แก่ 1.หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ 2.หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรงหายใจติดขัดมีเสียงดัง 3.ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น 4.เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง 5.แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกพูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วนหรือชักต่อเนื่องไม่หยุด และอาการอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่เป็นอันตรายต่อชีวิต
ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยข้างต้นดังกล่าว หากได้รับการช่วยเหลือล่าช้าอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ การที่คลินิกปฏิเสธการรักษา หรือส่งตัวผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตนั้น นอกจากจะเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรมแล้ว ยังเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งมีบทกำหนดโทษให้สถานพยาบาลเอกชนแห่งใดปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วย ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ขอกำชับให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งยึดประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก ห้ามนำค่าใช้จ่ายมาเป็นเงื่อนไขในการรักษา และหากประชาชนพบเห็น หรือทราบเบาะแสการปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของสถานพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งได้ที่ สบส. หมายเลขโทรศัทพ์ 0 2193 7000 ในวันและเวลาราชการ” ทพ.อาคม กล่าว
อ่าน ลูกชายคาใจ พ่ออาการหนัก คลินิกไล่ไปรพ. บอกกลัวมาตายในร้าน สุดท้ายล้มฟุบก่อนสิ้นใจ