กาญจนบุรี หนุ่มบางสะพานซิ่งกระบะทึบซุก 41 แรงงานเถื่อน หนีจับกุม ไม่รอดรถติดหล่ม โดนรวบหมด ชาวเมียนมา สารภาพ ยอดจ่ายค่าหัวเกินครึ่งแสน มุ่งหน้าทำงาน กทม.-มาเลย์
23 มิ.ย. 68 – นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายกฤษฎา มูลสวัสดิ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายยงยุทธ แสวงสุข ปลัดอำเภอทองผาภูมิ
ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายโดยการใช้รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร เข้ามาในเขตพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ ใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 323 หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รับทราบ
จากนั้น จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สมาชิก อส.อ.ทองผาภูมิ ที่ 9 ออกลาดตระเวนไปตามเส้นทางต่างๆ ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่อีก 1 ชุดเฝ้าระวังที่บริเวณวัดอู่ล่อง หมู่ 4 ต.ท่าขนุน เพื่อสกัดจับรถกระบะต้องสงสัย ตามนโยบาย “SEAL STOP SAVE” ผนึกกำลังอำเภอชายแดน ของรัฐบาล
จนกระทั่ง เวลา 03.40 น. วันที่ 23 มิ.ย. เจ้าหน้าที่พบรถกระบะลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง ขับมาจากทางด้านอำเภอสังขละบุรี เมื่อมาถึงหน้าวัดอู่ล่อง เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวัง จึงส่งสัญญาณพร้อมแสดงตัวเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น
แต่คนขับไม่ยอมพร้อมกับเร่งเครื่องหลบหนีผ่านสามแยกทองผาภูมิเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางวงเวียนตลาดทองผาภูมิ แล้วเลี้ยวซ้ายหลบหนีไปทางด้าน บ้านเสาหงส์ หมู่ 2 ต.ท่าขนุน ด้วยความเร็วสูง
เจ้าหน้าที่นำโดยนายอำเภอทองผาภูมิ ได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ซึ่งคนขับรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับไปตามเส้นทางที่เป็นทางดินเหนียว มุ่งหน้าลงสู่แม่น้ำแควน้อย ผลปรากฎเป็นทางตัน และรถกระบะได้ติดหล่มไม่สามารถไปต่อได้
เจ้าหน้าที่ที่ติดตามไป จึงกระจายกำลังเข้าปิดล้อม และสามารถจับกุมตัวคนขับเอาไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายกัมพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ชาว หมู่ 5 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
จากการตรวจค้นพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมานั่ง และยืนแออัดมาเต็มคันรถ นับรวมกันได้ จำนวน 41 คน เป็นชาย 33 คน หญิง 8 คน จากการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระของกลุ่มแรงงานทั้งหมดไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
จากการขอตรวจเอกสาร ปรากฏว่า แรงงานทั้งหมดไม่สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ อีกทั้งแรงงานทั้งหมดสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงสอบปากคำผ่านล่ามทราบว่า แรงงานจำนวนดังกล่าวมาจากหลายเมืองของประเทศเมียนมา เช่น เมืองย่างกุ้ง เมาะละแม่ง ขะฉิ่ง และพระโค
โดยเดินทางมารวมตัวกันที่ อำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา จากนั้นมีชาวพม่าด้วยกันนำพาเดินลัดเลาะไปตามชายป่า แล้วข้ามชายแดนเข้ามาฝั่งไทย จากนั้นแรงงานจำนวนดังกล่าวไปลงเรือที่บริเวณท่าน้ำหินสามกอง แม่น้ำซองกาเลีย หมู่ 8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ล่องไปตามอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มาขึ้นฝั่งที่บริเวณน้ำตกไดช่องถ่อง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี เมื่อมาถึงฝั่งทุกคนจึงขึ้นไปหลบซ่อนตัวบนรถกระบะ ที่นายกัมพล ขับมารับ
โดยกลุ่มแรงงานให้การอีกว่า แรงงานจำนวน 41 ราย ต้องการเดินทางไปทำงานที่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 8 ราย เสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าคนละ 15,000 บาท ส่วนแรงงานจำนวน 33 ราย มีจุดมุ่งหมายเดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยต้องจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าสูงถึงคนละ 55,000 บาท
ขณะที่ นายกัมพล ผู้ต้องหาที่เป็นชาวไทย ให้การในเบื้องต้นว่า ตนขับรถไปรับแรงงานจำนวนดังกล่าวที่บริเวณศาลาแดง น้ำตกไดช่องถ่อง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี และกำลังจะนำไปส่งยังจุดนัดหมายภายในซอยพื้นที่ ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดพักคอย เมื่อไปถึงจะมีคนนำรถมารับอีกทอดหนึ่ง เพื่อกระจายแรงงานไปทำงานที่กรุงเทพฯ และเดินทางข้ามไปยังมาเลเซีย ระหว่างเดินทางมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน
หลังจากผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะดำเนินคดีต่อนายกัมพล ในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน“ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น ด้วยประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายพ้นจากการจับกุม”
ส่วนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้ง ถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนผลักดันกลับประเทศต่อไป