ผบ.กองเรือยุทธการ เยี่ยมครอบครัว ‘จ่าชล’ ช่างกล เรือต.263 เมียใกล้คลอดลูก สร้างขวัญกำลังใจระหว่างปฏิบัติภารกิจ สุญญากาศการเมือง ไม่กระทบภารกิจชายแดน

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.68 พล.ร.อ.ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี และสถานีเรือเขมราฐ เพื่อติดตามการปฏิบัติภารกิจของจงแรงสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน ทั้งการปกป้องอธิปไตย และการแก้ปัญหาภัยคุกคามยาเสพติด

พร้อมทั้งใช้โอกาสนี้เดินทางไปยังอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญครอบครัว จ.อ.วรสิทธิ์ พันธุชาติ หรือ จ่าชล ช่างกล ประจำเรือ ต.263 ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เกาะกูด โดยครอบครัวมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์

ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เดินทางไปตรวจเยี่ยมหมวดเรือลาดตระเวนชายแดนเกาะกูด และทราบว่าภรรยาของจ่าชล กำลังจะคลอดบุตรช่วงต้นเดือนกรกฎาคม จึงอนุญาตให้ลาพัก เพื่อจะอยู่พร้อมหน้าครอบครัวตั้งแต่วันแรกที่ภรรยาคลอดลูก และถือโอกาสมาเยี่ยมบำรุงขวัญที่บ้านจ่าชล จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนรข.อุบลราชธานี ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาตระหนักดีว่ากำลังพลต้องตรากตรำปฏิบัติงาน แต่คำว่าครอบครัวก็มีความสำคัญ

“เมื่อได้มาเติมพลังกับครอบครัวก็เชื่อว่าพลังใจนี้ จะส่งผลให้พร้อมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ ทั้งเกาะกูด จังหวัดตราด และพื้นที่ทางทะเลต่างๆ” ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กล่าว

ทั้งนี้กำลังพลร้อยละ 50 อยู่ในพื้นที่สัตหีบ ผู้บังคับบัญชา ก็จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมครอบครัวกำลังพลในพื้นที่สัตหีบอยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งจะจัดกิจกรรมพาครอบครัวไปเยี่ยม กำลังพลที่ปฏิบัติราชการชายแดนอยู่ที่จังหวัดตราด เนื่องจากช่วง 3 เดือนนี้ ต้องตรากตรำปฏิบัติงานโดยไม่ได้ลาพัก และการปฏิบัติงานบนเรือไม่เหมือนอยู่บนบก รวมทั้งหมวดเรือชายแดน เป็นเรือขนาดเล็กการปฏิบัติงานอย่างหนักอาจบั่นทอนขีดความสามารถของกำลังพลได้

ขอยืนยันว่า กองทัพเรือฝึกกำลังพลให้รู้จักหน้าที่ เมื่อเลือกเดินมาเป็นทหาร ก็ต้องพร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติและดูแลประชาชน แต่ขวัญกำลังใจก็มีส่วนสำคัญมาก จึงขอให้ประชาชนสนับสนุน และส่งกำลังใจให้ทหาร รวมถึงข้าราชการส่วนที่อยู่ชายแดน

สำหรับการดูแลสถานการณ์ชายแดนในพื้นที่เกาะกูดจังหวัดตราด กองทัพเรือ มีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีแผนเผชิญเหตุและการฝึก รวมถึงสามารถเพิ่มเติมกำลัง ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะประมาทไม่ได้ และมุ่งเน้นความสำคัญด้านข่าวกรอง

พล.ร.อ.ณัฏฐพล กล่าวอีกว่า การปฏิบัติงานของทหารในช่วงที่อาจจะมีสุญญากาศทางการเมืองว่า ทหารมีหน้าที่ของทหารในการรักษาอธิปไตยของชาติ ดูแลประชาชนในพื้นที่ชายแดน และมีแผนตามขั้นตอน จึงขอยืนยันว่ามีความพร้อมในเรื่องกำลังรบทางเรือ และในฐานะผู้บัญชาการกองเรือยุทธการขอย้ำว่ามีความพร้อมทุกสถานการณ์

ขณะที่ จ.อ.วรสิทธิ์ พันธุชาติ เปิดเผยว่า ขอบคุณผู้บัญชาการกองเรือยุทธการและผู้บังคับบัญชา ที่ให้ความสำคัญเรื่องขวัญกำลังใจของกำลังพล โดยเห็นว่ามาปฏิบัติงานชายแดนเป็นเวลานาน และไม่ได้เจอครอบครัว รวมถึงสถานการณ์ชายแดนในขณะนี้ก็ยังไม่ปกติ ไม่สามารถกลับบ้านได้ โดยเตรียมของขวัญเป็นชุดให้ลูกใส่ในวันที่จะออกจากโรงพยาบาล เป็นชุดแรกในชีวิตของลูก และอัลตราซาวน์ทราบแล้วว่าได้ลูกชายคนที่สอง โดยมีลูกชายคนแรกอายุ 3 ปี ชื่อ ด.ช.คิรากร พันธุชาติ

สำหรับภารกิจที่หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ฐานฯตราด ทำหน้าที่เป็นช่างกล ประจำเรือตรวจการณ์ ลาดตระเวนเกาะกูด-คลองใหญ่ ล่าสุดออกลาดตระเวนตรวจสอบเรือน้ำมันบริเวณน่านน้ำชายแดนไทย-กัมพูชา และตรวจเรือประมงกัมพูชา

ทั้งนี้การลาในช่วงที่มีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทำได้ยาก เพราะต้องปฏิบัติงานต่อเนื่อง หากจำเป็นต้องลาพักต้องดำเนินการเป็นขั้นตอนตามสายงาน จึงรู้สึกดีใจ ที่สามารถลามาเจอครอบครัวได้ 6 วัน ช่วงที่ภรรยาคลอดลูก ก่อนจะต้องกลับไปปฏิบัติภารกิจต่อ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน