ทีมสีกาแสบ 18 มงกุฎ หลอกถวายรถ พระวัดดังอุบลราชธานี สูญเงินกว่า 20,000 บาท ยืนยันไม่ได้เป็นเพราะโลภ เผยสาเหตุเสียรู้ ไม่คิดว่าจะให้โอนเงินจ่ายค่าตั๋ว
วันที่ 3 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณี พระวีระชัย กตสาโร อายุ 45 ปี ประธานที่พักสงฆ์บ้านหนองทาม ต.กระโสบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เปิดเผยถึงกรณีถูกสีกาสาวหลอกถวายรถ ก่อนจะเสียเงินกว่า 20,000 บาท ว่า เรื่องนี้มีตัวละครทั้งหมด 3 คน โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ตัวละครคนแรก เป็นโยมผู้หญิงเรียกตัวเองว่า ชื่อ “แดง” โทรศัพท์มาหาตน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักหรือเคยเห็นหน้ากันมาก่อน
โดยนางแดงบอกว่า เป็นคนที่ติดตามตนในเฟซบุ๊ก จากนั้นนางแดงได้สอบถามว่า “พระอาจารย์อยากได้รถตู้ไว้ใช้งานไหม เพราะเห็นพระอาจารย์พาญาติโยมไปทำบุญบ่อย ๆ ตอนนี้มีคนที่จะถวายรถตู้ ซึ่งได้ถวายให้วัดต่าง ๆ ไปแล้ว 7 วัด แต่ไม่รู้ว่าจะมีเหลืออีกไหมจะลองโทรศัพท์ไปสอบถามให้”

ทีมสีกาแสบ 18 มงกุฎ หลอกถวายรถ พระวัดดังอุบลราชธานี สูญเงินกว่า 20,000 บาท ยืนยันไม่ได้เป็นเพราะโลภ เผยสาเหตุเสียรู้ ไม่คิดว่าจะให้โอนเงินจ่ายค่าตั๋ว
หลังจากนั้นไม่นาน นางแดงโทรศัพท์กลับมาบอกตนว่า ยังเหลือรถอีก 1 คัน เป็นคันสุดท้าย ตนจึงได้ตอบตกลงที่จะขอรับรถตู้ดังกล่าว จากนั้นนางแดงส่งให้ตัวละครคนที่ 2 อ้างตัวเป็นเจ้าของรถตู้ที่จะถวาย เป็นผู้หญิงชื่อ “ปุ้ย” ให้ติดต่อเข้ามาพูดคุย พร้อมกับส่งรูปรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า ตัวใหม่ สีขาว พร้อมกับเอกสาร และรูปกุญแจรถมาให้ดูทางไลน์ เพื่อจะนัดรับรถที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 3 ก.ค.นี้
ตนจึงได้ตกลงกับพระ เณร และชาวบ้านจำนวน 8 คน จะเดินทางโดยรถตู้ไปรับรถที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 2 ก.ค. แต่ทางนางปุ้ย เจ้าของรถแจ้งว่า อยากให้ลงไปด่วน เนื่องจากมีธุระด่วน ขอให้นั่งเครื่องบินไปที่ จ.ภูเก็ต เพราะถ้าเดินทางมาด้วยรถตู้ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน
จากนั้นนางปุ้ย จึงได้ส่งต่อให้ตัวละครที่ 3 ชื่อ “แพท” รับบทบาททำหน้าที่เป็นคนขายตั๋วเครื่องบิน หากซื้อกับนางแพทจะได้ส่วนลดพิเศษเพราะเป็นแขก VIP ของนางปุ้ย นางแพทแจ้งค่าตั๋วเครื่องบินทั้งหมด 7,960 บาท โดยให้สแกนจ่ายด้วยคิวอาร์โค้ด
ตนจึงได้โอนเงินให้ไปครั้งที่ 1 พร้อมกับส่งเอกสารสำเนาบัตรประชาชนของพระและชาวบ้าน เพื่อลงชื่อในการซื้อตั๋วเครื่องบิน หลังจากที่ส่งเอกสารสำเนาบัตรไปให้ โยมแพท อ้างว่า 4 คนที่เดินทางไปด้วยไม่ใช่พระ ต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินในราคาเต็ม อีก 7,960 บาท แล้วค่อยไปเบิกคืนเอากับนางปุ้ย
ตนเริ่มสงสัย แต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไร จึงได้โอนให้อีกเป็นครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เป็นค่าเครื่องที่จะต้องบินต่อจากกรุงเทพฯไปจ.ภูเก็ตอีก 7,950 บาท รวม 3 ครั้งเป็นเงินกว่า 23,000 บาท
หลังจากโอนไปให้ ตนเริ่มเอะใจคิดว่าน่าจะเป็นมิจฉาชีพ จึงได้สอบถามว่า โยมเป็นมิจฉาชีพใช่ไหม รถตู้ที่จะถวายให้วัดไม่เอาแล้ว เงินที่ได้ให้ไปก็คิดว่าไม่ได้คืนแล้ว ถือว่าเป็นกรรมที่ชาติที่ผ่านมาขอให้ยุติต่อกันไม่ต้องติดค้างกันอีก
ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ถามพระวีระชัยว่า เหตุที่สูญเงินไปครั้งนี้ เป็นเพราะอะไร พระวีระชัย บอกว่า เป็นกรรมเก่า ไม่ได้เป็นเพราะโลภแต่อย่างใด แต่คิดเป็นคนสายบุญชอบถวายรถให้วัดต่าง ๆ ไว้ใช้ และที่เสียรู้ เพราะทีมสาว 18 มงกุฎชุดนี้ ไม่ได้ให้โอนเงินค่าธรรมเนียม หรือค่าภาษีอะไร
จึงคิดไม่ถึงว่าจะมาเสียท่าเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ส่วนรถตู้ที่วัดมีอยู่ก็เป็นรถเก่า ใช้ไปก็ซ่อมไป บางครั้งก็ไปเสียกลางทาง จึงคิดว่าเมื่อมีคนใจบุญมาถวายรถให้ใช้งานก็เป็นเรื่องดี และที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ เพราะอยากให้พระรูปอื่น ๆ รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพเหล่านี้
ส่วนทางคดีตนไม่คิดจะเอาเรื่อง เพราะเป็นพระจะไปเอาผิด เพื่อเอาเงินคืนก็ไม่ใช่ แต่ญาติโยมก็ได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพเอาชื่อไปแอบอ้างหลอกลวงวัดอื่น ๆ หรือแบบอื่น ๆ ต่อไปเท่านั้น

