พาไปเที่ยวกราบไหว้เจดีย์อัฐิพระราชมนูทหารเอกพระนเรศวร ที่บรรจุอัฐิเป็นเจดีย์รูปทรงกลม (ระฆังคว่ำ) สมัยอยุธยาตอนปลาย ที่วัดช้าง (ช้างให้) เป็นขุนศึกและสมุหพระกลาโหมคนสำคัญในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
วันที่ 9 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวพาไปเที่ยวชมกราบไหว้ เจดีย์อัฐิ พระราชมนู ทหารเอก ของสมเด็จพระนเรศวรฯ ที่วัดช้าง (ช้างให้) ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เป็นเจดีย์รูปทรงกลม (ระฆังคว่ำ) สมัยอยุธยาตอนปลาย บรรจุอัฐิพระราชมนู ทหารเอกคู่ใจของสมเด็จพระนเรศวรฯ พร้อมด้วยเจดีย์บรรจุอัฐิภรรยาพระราชมนู พระราชมนู นายกองทัพหน้า ชื่อบุญทิ้ง
นายกองเลือดเดือดในสมัยอยุธยา พ.ศ.2128 มีการรบที่ทุ่งบางแก้ว พระราชมนู แม่กองระวังหน้า ได้ใช้วัดช้าง (ช้างให้) เป็นที่ตั้งทัพ โดยส่งทหารออกลาดตระเวนดูกองกำลังของกองทัพพระเจ้าเชียงใหม่ ที่เป็นแม่ทัพหน้าพม่า ซึ่งเป็นการรบแบบกองโจรครั้งแรก ของประวัติศาสตร์ชาติไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำกองทัพไทยได้รับชัยชนะ พระราชมนูนั้น เคยรับพระราชบัญชาให้ไปตีเมือง ๆ หนึ่ง (ปัจจุบันอยู่ในเขตพม่า) ตอนนั้นองค์ดำเกรงว่าทัพน้อยของพระราชมนูจะไม่อาจเอาชัย จึงส่งทัพหลวงออกตามไปช่วย ปรากฏว่าเมื่อทัพหลวงไปถึงเมืองนี้ก็แตกเสียแล้ว ทัพหลวงไม่ต้องเข้าช่วยแต่อย่างใด
เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงได้ปูนบำเหน็จให้พระราชมนูขึ้นเป็น เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดี ที่สมุหพระกลาโหม พระราชทานพานทอง น้ำเต้าทอง เจียดทองซ้ายขวา กระบี่ฝักทอง และเครื่องอุปโภคต่าง ๆ พระราชมนู (เพ็ชร) ขุนศึกทหารกล้าคู่พระทัย และสหายคนสนิทครั้งเยาว์วัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในพงศาวดารบ่งว่า พระราชมนู เป็นทหารที่เก่งกล้าและมีความสามารถสูงสุด เป็นทหารคู่พระทัยดุจดั่งเงาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ออกศึกเคียงคู่พระนเรศวรเสมอ เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวร ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงได้แต่งตั้งให้ พระราชมนู ขึ้นเป็น เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดี ที่สมุหพระกลาโหม
เมื่อสิ้นแผ่นดินพระนเรศวร พระราชมนูไม่ประสงค์จะรับราชการต่อไป จึงลาออกจากพระสมุกลาโหมแล้ว อุปสมบถเป็นพระภิกษุอยู่ที่ วัดช้าง ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ชาวบ้านในละแวกชุมชน เรียกท่านว่า หลวงพ่อเพ็ชร ล้างมือเปื้อนเลือดบวชอุทิศส่วนกุศลให้แก่ข้าศึกทั้งหลายที่บาดเจ็บล้มตาย และได้สร้างวิหารถวายเป็นพระราชกุศลที่ วัดช้าง อุทิศแด่พระนเรศวรด้วยความจงรัก พระราชมนู (หลวงพ่อเพ็ชร) มรณะภาพในผ้าเหลือง ลูกศิษย์พร้อมด้วยชาวบ้านได้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิทรงระฆังคว่ำของท่านไว้ ณ วัดช้าง ให้ชนรุ่นหลังได้กราบไหว้ ระลึกถึงคุณงามความดีของท่านสืบต่อไป
สำหรับวัดช้าง (ช้างให้) ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เดิมสถานที่ตั้งวัดนี้มีฝูงช้างป่าอาศัย และลงเล่นน้ำ สมัยสุโขทัย พระฝ่ายอรัญวาสี มาแวะพักผ่อนประจำ ชาวบ้านจึงช่วยกันสร้างที่พักถวายพระ ช้างจึงให้ที่ หลีกไป จึงเรียกวัดนี้ว่า วัดช้างให้ สร้างขึ้นราว พ.ศ.1845 ต่อมาสมัยอยุธยา พ.ศ.2128 มีการรบที่ทุ่งบางแก้ว พระราชมนู แม่กองระวังหน้า ได้ไช้วัดข้างให้เป็นที่ตั้งทัพ ส่งกองทหารออกลาดตระเวนดูกองกำลังของพระเจ้าเชียงใหม่ การรบครั้งนี้ เป็นการรบแบบกองโจร ครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทย
สมเด็จพระนเรศวรกองทัพไทยได้รับชัยชนะ ทรงโปรดให้นำพระราชทรัพย์มาปฏิสังขรณ์วัด พระราชมนูให้พ่อครูดาบพลอยใช้เรือกระแชงไปขนทองคำและพัสดุที่จำเป็นจากกรุงศรีอยุธยา มีช่างสิบหมู่มาช่วยบูรณะอุโบสถ ต่อมาหลังเปลี่ยนแผ่นดิน พระราชมนูได้ลาออกจากสมุหกลาโหม บวชอยู่ที่วัดช้างให้ จึงได้สร้างวิหารถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจนสิ้นอายุขัย ศิษย์และชาวบ้านจึงสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิรูปกลม ( ระฆังคว่ำ ) สมัยอยุธยาตอนปลาย พระสงม์ 3 พ่อลูกทรงฌานอภิญญาปกครองวัดสืบมา ในปี พ.ศ.2472 นายแรม นางใย ขำพักตร์ ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “ วัดช้าง ” จนถึงปัจจุบัน
วัดช้างได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2403 ได้หนังสือรับรองสภาพวัดใหม่ ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2551 เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอ่างทอง



