รวบ โจรขโมยพระพุทธรูป เก่ากว่า 100 ปี บุกฉกจาก 2 วัดดัง ค้นบ้านพบไม่ต่ำกว่า 20 องค์ สารภาพบางส่วนเอาไปขาย – โยนทิ้งน้ำ สุดท้ายต้องรีบเอามาคืนวัด
เมื่อวันที่ 14 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ อ.เชียงคำ และ อ.ภูซาง จ.พะเยา มีโจรอาละวาดออกขโมยพระตามวัดต่างๆ จนทราบว่ามี 2 วัดในพื้นที่ 2 อำเภอ ที่พระพุทธรูปหายไป คือวัดไชยพรม ต.เวียง อ.เชียงคำ จ.พะเยา เป็นพระพุทธรูปลักษณะหน้าตักกว้าง 7-8 นิ้ว ไม่เก่ามาก ช่วงเวลาที่หายเป็นวันที่ 8 ก.ค.68 เวลา 17.22 น.
และอีกวัดคือวัดหนองเลา ต.ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา ที่หายเป็นพระสิงห์หนึ่ง พระพุทธรูปที่เก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปีหน้าตักกว้าง 19 นิ้ว ส่วนเวลาที่ถูกขโมยนั้นเป็นเที่ยงคืนของวันที่ 10 ก.ค.68 ทั้ง 2 วัดมีกล้องวงจรปิด และสามารถบันทึกพฤติกรรมของโจรแสบรายนี้ได้
ต่อมา พระอธิการนพชัย ชยวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา และพระครูพิศาลนพกิจ เจ้าอาวาสวัดไชยพรม มอบหมายให้ทางไวยาวัจกร เข้าแจ้งความเอาผิดกับโจรรายนี้ และนำตัวมาลงโทษให้ได้
พ.ต.อ.ปริญญา เพชรมี ผกก.สภ.ภูซาง และ พ.ต.อ.ถนัด ชุมมะโน ผกก.สภ.เชียงคำ จ.พะเยา สั่งการให้ พ.ต.ท.วีรศักดิ์ ชาวริม รอง ผกก.สภ.ดอกคำใต้ ช่วยราชการในตำแหน่ง รอง ผกก.ป.สภ.ภูซาง พ.ต.ท.สันต์ชัย หินทราย สว.สส.สภ.ภูซาง ร.ต.ต.ณรงค์ บุญทา รอง สว.(ป)สภ.ภูซาง พ.ต.ท.ชายชาญ ไชยมงคล สว.สส.สภ.เชียงคำ ร.ต.อ.มนัส รัตนวิริยาภรณ์ รอง สว.สส.สภ.เชียงคำ พร้อมด้วยชุดสืบสวนและกำลังตำรวจชุดสายตรวจรถยนต์ ทั้ง 2 อำเภอลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลผู้กระทำผิดรายนี้
จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางชุดสืบสวน สภ.ภูซาง พบผู้ต้องสงสัยตามหลักฐานกล้องวงจรปิด จึงเข้าจับกุมคาบ้านพักในพื้นที่ บ้านป่าสัก ม.4 ต.ป่าสัก อ.ภูซาง จ.พะเยา ทันที ซึ่งทราบชื่อคือ นายมานพ (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านป่าสัก ม.4 ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบพระพุทธรูป ไม่ต่ำกว่า 20 องค์ ทั้งเล็กและใหญ่ รวมทั้งยาบ้าอีก จำนวน 13 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ
ร.ต.ต.ณรงค์ เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.ภูซาง หนึ่งในชุดจับกุม เปิดเผยว่า พระพุทธรูปของวัดไชยพรมและวัดหนองเลานั้น เจ้าตัวรับสารภาพว่า เป็นคนขโมยไปจริง แต่สำนึกผิดจึงเอาพระพุทธรูปของวัดไชยพรมไปคืนภายในวัด แต่ระบุไม่ชัดเจนว่าไปไว้ที่ไหน
ส่วนพระพุทธรูปของวัดหนองเลานั้น ผู้ต้องหาบอกว่า นำไปทิ้งไว้ที่คลองใต้สะพาน ทางเข้าบ้านสันปูเลย ม. ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ทั้งนี้จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิลือชาพะเยาจุดภูซาง ให้ไปตรวจสอบ เพราะเกรงว่าจุดที่ทิ้งนั้นน้ำอาจจะลึก
เมื่อไปถึงจุดที่ผู้ต้องหาบอกนั้นก็เห็นฐานพระพุทธรูปโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำชัดเจน เจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงไปนำขึ้นมา ปรากฏว่าน้ำตื้นประมาณหัวเข่า และยังพบพระสิงห์หนึ่งของวัดหนองเลา นอนจมในน้ำอีกองค์ด้วย ซึ่งเมื่อนำขึ้นมาจากน้ำ ก็สร้างความดีใจให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะผู้ต้องหาบอกว่า พระพุทธรูปบางส่วนนำไปขายใน จ.อยุธยาและกรุงเทพฯ
นายมานพ ผู้ต้องหา เล่าว่า พระที่ตนขโมยไปนั้น ส่วนใหญ่นำไปขายตามตลาดพระทั้งใน จ.อยุธยา และกรุงเทพฯ โดยปฏิเสธว่าไม่ได้มีใบสั่งซื้อมาหาตน แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากก่อเหตุไปแล้ว ก็รู้สึกสำนึกผิด จึงนำพระของวัดไชยพรมไปคืน โดยนำไปหย่อนภายในวัด ซึ่งเวลานั้นไม่มีใครเห็น
ส่วนพระพุทธรูปของวัดหนองเลา ตนนำไปทิ้งน้ำในช่วงเย็นเมื่อวานนี้ ก่อนมาถูกจับกุมในเวลาต่อมา สำหรับพระพุทธรูปของวัดหนองเลานั้น ตนติดตามมานานในเพจเฟซบุ๊กของวัดหนองเลา โดยจะเล็งดูว่ามีพระเก่าอะไรบ้าง
ส่วนพระสิงห์หนึ่ง ที่ตนขโมยมานั้น ตนเห็นตั้งแต่สมัยบวช เป็นสามเณร อยู่ที่วัดแห่งนี้แล้ว เมื่อสบโอกาส และรู้ตำแหน่งของพระพุทธรูป ตนจึงขับรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ข้างนอกวัดก่อนจะเข้ามาอุ้มออกไปจากศาลาปฏิบัติธรรม โดยการก่อเหตุครั้งนี้ ทำคนเดียวเท่านั้น
พระอธิการนพชัย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าอาตมารู้สึกโล่งใจที่ได้พระพุทธรูปที่หายไปคืนมา ซึ่งตั้งแต่หายไปนั้นอาตมานอนไม่หลับมา 3-4 คืนแล้ว เพราะเกรงว่าโจรรายนี้ จะนำเอาไปขายที่อื่น จนไม่สามารถตามคืนมาได้ ทั้งนี้อาตมาขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้ง สภ.ภูซางและ สภ.เชียงคำที่ตามกลับคืนมาให้ได้จนสำเร็จ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ภูซางจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งให้กับ พ.ต.ต.บรมวิชญ์ วังนัยกุล พนักงานสอบสวนร้อยเวร สภ.ภูซาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกันต่อไป ส่วนของกลางพระพุทธรูปที่ยึดมาได้หากว่าเป็นของวัดใดที่คาดว่าจะหายไป ก็สามารถเดินทางมาขอรับคืนได้ที่ สภ.ภูซาง ได้ทุกเวลาทำการ






