อุตรดิตถ์ คึกคัก! นักท่องเที่ยวสายแคมป์ แบกเป้เดินป่าพิชิตยอดภูสอยดาว แห่ชมนางเอกแห่งลานสนพร้อมสัมผัสสายหมอกฤดูฝน ใหญ่ที่สุดของไทย อากาศหนาวเย็นสบาย
21 ก.ค. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดให้นักท่องเที่ยว สามารถเดินป่า เข้าพักแรมบริเวณลานสน ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวสายแคมป์ แบกเป้ขึ้นภูสอยดาวเพื่อพิชิตยอดเขา ที่ความสูง 2,102 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาสูงอันดับ 4 ของประเทศไทย มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมไปมากที่สุดคือ ช่วงฤดูฝน เพื่อชมดอกหงอนนาคที่กำลังบานสะพรั่งบน ลานสน นับเป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ตั้งแต่เช้า นักท่องเที่ยว พร้อมอุปกรณ์และสัมภาระโดยเฉพาะเป้ เดินทางลงทะเบียน รับทราบข้อปฏิบัติจาก เจ้าห้นาที่ก่อนขึ้นภูสอยดาวเพื่อพิชิตยอดเขาสูง ซึ่งมีการกรอกเอกสารประวัติส่วนตัวโดยสังเขป โดยเฉพาะเรื่องของความพร้อมร่างกาย สุขภาพ โรคประจำตัว ซึ่งจุดนี้มีค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าเข้าอุทยานคนละ 50 บาท มัดจำค่าขยะกรุ๊ปละ 200 บาท (ส่วนนี้ได้คืนช่วงขากลับ) และ จุดนี้ยังมีบริการลูกหาบกิโลกรัมละ 30 บาท

จากนั้น นักท่องเที่ยว เริ่มการเดินเท้าเพื่อพิชิตยอดเขาภูสอยดาว เริ่มต้นลานน้ำตกภูสอยดาว เส้นทางจะค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไป โดยจะต้องผ่านเนินต่างๆ ตามลำดับ คือ เนินส่งญาติ เป็นเนินแรกที่ค่อนข้างชัน
และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินขึ้นเขาอย่างแท้จริง เนินปราบเซียน เนินนี้มีความชันมาก และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งพัก เนินป่าก่อ เป็นเนินที่ไม่ชันมากนัก และมีต้นก่อขึ้นอยู่ทั่วไป เนินเสือโคร่ง มีที่มาจากต้นเสือโคร่งที่ขึ้นอยู่บริเวณนี้ และ เนินมรณะ เป็นเนินที่ชันที่สุด และเป็นจุดที่ท้าทายที่สุดในการพิชิตยอดเขา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ชั่วโมงในการเดินเท้าอาจจะเหนื่อย ล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่เมื่อ นักท่องเที่ยวพิชิตยอดภูสอยดาวได้แล้ว ก็จะหายเหนื่อย รู้สึกสดชื่นทันที และคุ้มค่าที่สุด เมื่อได้สัมผัสกับสายหมอก อากาศที่หนาวและเย็นสบาย โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เนื่องจาก ตอนนี้ ดอกหงอนนาค ซึ่งเป็นนางเอกแห่งลานสน กำลังบานสะพรั่งกลายเป็นทุ่งสีม่วงผืนใหญ่ ใต้ต้นสนที่ยืนตระหง่านท่ามกลางหมอกฝน และจะอวดความสวยงามไปจนถึงต้นเดือนกันยายน นี้
นายฟารุต ใจทัศน์กุล หน.อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว กล่าวว่า ช่วงฤดูฝน ปีนี้อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวได้รับความสนใจจาก นักท่องเที่ยวสายเดินป่าและชมธรรมชาติ เดินป่าและกางเต็นท์พักแรมบนลานสนอย่างต่อเนื่อง ภูสอยดาวเป็นภูเขาสลับซับซ้อนกั้นพรหมแดนไทย-ลาว ดังนั้นเมื่อเดินป่าถึงลานสน อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีความสวยงามโดนเด่นของธรรมชาติ โดยเฉพาะทุ่งดอกหงอนนาคบานเต็มป่าสนเขา ที่ยืนต้นเรียงรายมีทั้งสนสองใบ และสนสามใบ นับเป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และยังมองเห็นฝั่งประเทศเพื่อนบ้านได้ ณ จุดนี้

“ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่สมบูรณ์ที่สุด ดังนั้น จึงเปิดให้ นทท.พิชิตภูสอยดาวตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 10 ม.ค.69 อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวเปิดทุกวัน สามารถรับ นทท.เต็มพิกัด 450 คนต่อวัน สิ่งสำคัญ นทท.เพื่อความปลอดภัย ต้องเตรียมพร้อมร่างกาย และอย่าปกปิดข้อมูลโรคประจำตัว เพราะกลัวว่า จนท จะไม่ให้ขึ้น เนื่องจากเส้นทางขึ้นลานสน ภูสอยดาว เป็นเส้นทางระยะไกลสูงชัน 6.5 กม. และไม่มีจุดบริการใดๆ ระหว่างทาง และหากเกิดเหตุ การลำเลียงผู้ป่วย ฉุกเฉิน ใช้เวลานานและยากลำบาก อาจจะช่วยเหลือได้ไม่ทันการณ์ แม้จะ จนท.ประจำ บนลานสน ประมาณ 8-11 นาย ตลอด 24 ชั่วโมง
จึงเชิญชวน เที่ยวอุตรดิตถ์หน้าฝน สัมผัสทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงเต็มลานสน ชมดาวระยิบระยับเต็มฟ้า ตอกย้ำจุดขายช่วง Green Season ด้วยกีฬาเชิงผจญภัยเพื่อท่องเที่ยว (การเดินป่า) ที่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ระยะทางจาก อ.เมืองอุตรดิตถ์ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวได้ที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว 0956299528,ททท.ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ 055-479824,065-525-4962