สธ. สั่ง จว. รับผลกระทบ พื้นที่ปะทะชายแดน เตรียมแผนรองรับ อาวุธพิสัยไกล เน้นความปลอดภัยชาวบ้าน ย้ำส่งทีมแพทย์ ส่องสุขภาพจิตปชช. พบเครียดสูง 60 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 46 คน เร่งปฐมพยาบาลจิตใจ เฝ้าระวังโรคแพร่ระบาด เผยหากผลเจรจาหยุดยิง เตรียมอพยพคนกลับบ้าน

28 ก.ค. 68 – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย ปลัด สธ. และคณะผู้บริหาร ประชุมประชุมติดตามสถานการณ์และการดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข

รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ข้อมูล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ก.ค. มีประชาชนเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมเสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บเพิ่ม 2 ราย รวมบาดเจ็บสะสม 38 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 16 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 11 ราย อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ส่วนโรงพยาบาลได้รับผลกระทบรวม 19 แห่ง โดยต้องปิดให้บริการทั้งหมด 12 แห่ง ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน 5 แห่ง ให้บริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยฉุกเฉิน 2 แห่ง และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยใน 656 ราย ไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ปลอดภัย 34 แห่ง

รมว.สธ. กล่าวว่า สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง มีการเปิดศูนย์อพยพเพิ่มเป็น 534 แห่ง ผู้เข้าพักรวม 156,966 คน เป็นกลุ่มเปราะบาง 29,138 คน ได้จัดทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์ อนามัยสิ่งแวดล้อม ควบคุมโรค และสุขภาพจิต ออกให้การดูแลประชาชนรวม 486 ทีม และยังมีเตรียมไว้อีกกว่า 200 ทีม โดยจากการคัดกรองสุขภาพจิตประชาชนไปแล้ว 11,016 คน พบมีความเครียดสูง 60 คน เสี่ยงฆ่าตัวตาย 46 คน ซึ่งทุกคนได้รับการปฐมพยาบาลจิตใจและติดตามดูแลตามกระบวนการแล้ว

ทั้งนี้ ได้ย้ำให้มีการหมุนเวียนทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขทุก 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเหนื่อยล้าและความเครียด รวมทั้งคัดกรองสุขภาพผู้ที่เข้าพักในศูนย์อพยพ เฝ้าระวังการเจ็บป่วยที่อาจเป็นอันตรายหรือโรคที่อาจแพร่ระบาด ดูแลด้านสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อความปลอดภัยทั้งประชาชนและบุคลากรที่ปฏิบัติงาน

รวมทั้งให้ทุกพื้นที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนรองรับ กรณีมีการใช้อาวุธพิสัยไกล ซึ่งจะต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลรอบนอก เพื่อความปลอดภัยด้วย

“สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ยังมีการเตรียมพร้อมดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ ก็ต้องมีการปรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น รถเคลื่อนที่ เนื่องจากใน จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้ใช้มาก ก็ให้มาใช้ที่ จ.ศรีสะเกษ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังได้รับรายงานว่า ศูนย์พักพิงมีปัญหาเรื่องห้องน้ำที่ไม่สะอาด กรมอนามัย จึงส่งทีมเข้าไปดูแลเรื่องความสะอาด ให้เป็นไปตามมาตรฐานอนามัย เพื่อไม่ให้เกิดโรคระบาด

ส่วนวันนี้ (28 กรกฎาคม 2568) รัฐบาลก็จะเริ่มเจรจากับกัมพูชา ถ้าผลเป็นบวก มีการหยุดยิง เราก็ต้องเร่งรวบรวมข้อมูลทั้งหมด รวมถึงอพยพคนกลับเข้าที่เดิม และรวบรวมความเสียหายโดยเร็ว ขณะที่เรื่องยาบางโรค ที่ต้องรับยา 7 วัน ก็ให้เพิ่มเป็น 2-3 เท่าได้ ซึ่งให้แพทย์พิจารณาถึงความเหมาะสมกับสถานการณ์” นายสมศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบโรงพยาบาลขณะนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สถานบริการสาธารณสุข ได้รับผลกระทบ 19 แห่ง โดยปิดบริการบางส่วน 7 แห่ง และปิดบริการทั้งหมด 12 แห่ง ส่วนที่เสียหายจำนวนมากมี 3 แห่ง ก็จะเร่งรวบรวมความเสียหาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน