พิษพายุวิภา น้ำท่วมหนัก ภาคเหนือ กรมสุขภาพจิต ส่งทีม MCATT ช่วยเหลือเชิงรุกด้านจิตใจ ผู้ประสบอุทกภัยพะเยา พบภาวะเครียดสะสมอื้อ เร่งเสริมสร้างพลังใจ ฟื้นตัวกลับมาใช้ชีวิตได้มั่นคง
28 ก.ค. 68 – นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ
ซึ่งได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.พะเยา ซึ่งขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย และผู้สูญหาย 1 ราย
โดย กรมสุขภาพจิต ได้จัดทีมดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกลงพื้นที่โดยทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ ผู้ประสบภาวะวิกฤต (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team : MCATT) จากโรงพยาบาล (รพ.) สวนปรุง ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 และสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์
ร่วมกับโรงพยาบาลพะเยา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพะเยา โรงพยาบาลเชียงม่วน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านป่าแขม ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพื่อให้การดูแลด้านสุขภาพจิตแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่
นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ทีม MCATT ได้ดำเนินการลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเชิงรุก โดยเข้าเยี่ยมเยียน และให้การเยียวยาด้านจิตใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย และครอบครัวของผู้สูญหาย รวมถึงให้การสนับสนุนด้านจิตใจแก่ประชาชนและอาสาสมัครในทีมค้นหาผู้สูญหาย จำนวน 30 ราย โดยให้ความสำคัญกับการประเมินภาวะสุขภาพจิตเบื้องต้น การเสริมสร้างพลังใจ และการให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันผลกระทบทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 23-27 กรกฎาคม 2568 ทีม MCATT เขตสุขภาพที่ 1 ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัยรวมทั้งสิ้น 37 ทีม รวมบุคลากร จำนวน 175 คน และมีการจัดเตรียมทีมสนับสนุน (Standby) เพิ่มเติมอีก 131 ทีม โดยมีผู้รับบริการดูแลสุขภาพจิตสะสมจำนวนทั้งสิ้น 1,050 ราย
แบ่งเป็น กลุ่มผู้บาดเจ็บ/ญาติผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย 4 ราย กลุ่มญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ/ประชาชนผู้ประสบภัย 1,024 ราย และกลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือและสื่อมวลชน 22 ราย
ทั้งนี้ มีผู้ที่ได้รับการประเมินว่า มีภาวะเครียดสะสม จำนวน 48 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.พะเยา จ.เชียงราย และ จ.น่าน อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบผู้มีภาวะซึมเศร้าหรือเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายในขณะนี้
“กรมสุขภาพจิตยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตควบคู่กับการฟื้นฟูด้านกายภาพ เพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาว และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถฟื้นตัว และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถขอรับคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323” นพ.กิตติศักดิ์ กล่าว