ไล่ล่าระทึก สกัดจับเก๋ง 2 คัน แก๊งเงินกู้นอกระบบ บุกบ้านอุ้มสาว18 เรียกค่าไถ่ หลังแฟนเบี้ยวไม่จ่ายดอก พบประวัติหัวหน้าแก๊ง เป็นมือปืน อันดับ 185 ก่อคดีอื้อ
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 2 ส.ค.68 พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง, พ.ต.ต.สุรศักดิ์ สมาพงษ์ พ.ต.ต.จิรวัฒน์ ทองย้อย สว.กก.สส.ภ.จว.ตรัง, ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ตรัง, ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สตูล, ตำรวจทางหลวงสตูล และชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง
สนธิกำลังติดตามสกัดกับแก๊งอุ้มรีดทวงหนี้ได้ที่ด่านความมั่นคงทุ่งนุ้ย ถ.ยนตรการกำธร ม.11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ขณะขับรถเก๋งหลบหนีตำรวจ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ประกอบด้วย

ไล่ล่าระทึก สกัดจับเก๋ง 2 คัน แก๊งเงินกู้นอกระบบ บุกบ้านอุ้มสาว18 เรียกค่าไถ่ หลังแฟนเบี้ยวไม่จ่ายดอก พบประวัติหัวหน้าแก๊ง เป็นมือปืน อันดับ 185 ก่อคดีอื้อ
นายประทีป หรือ หลง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี, นายโชคชัย หรือ บ่าว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี, นายศิลา หรือ โจ้ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และ นายวรนน หรือ หมื่น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี
พร้อมของกลาง รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ทะเบียน เพชรบุรี และรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นมาร์ช สีดำ ทะเบียน สงขลา และสามารถช่วยเหลือตัวประกันซึ่งเป็นหญิงสาวอายุ 18 ปี ที่ถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่มาได้อย่างปลอดภัย
การไล่ล่าจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจ สภ.สิเกา รับแจ้งเหตุมีคนร้าย 4 คน ใช้รถยนต์ 2 คัน จี้นำตัวหญิงสาวอายุ 18 ปี นำไปเรียกค่าไถ่เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 13.37 น.ของวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา และพาตัวผู้เสียหายไปกักขังไว้ที่ขนำภายในสวนปาล์มบนภูเขา อ.มะนัง จ.สตูล
และในระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนติดตามตัว คนร้ายได้ใช้เบอร์โทรศัพท์โทรหา นายชิน (นามสมมติ) แฟนหนุ่มของผู้เสียหาย เรียกเงินค่าไถ่ 100,000 บาท พร้อมทั้งข่มขู่ว่า หากไม่โอนเงินจำนวนดังกล่าวภายในเที่ยงคืนของวันที่ 1 ส.ค. จะนำตัวแฟนสาวไปฆ่าฝังศพ
นายชินจึงได้เจรจาต่อรองและโอนเงินไป จำนวน 50,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 50,000 บาท ได้ต่อรองว่าจะจ่ายในภายหลัง เมื่อโอนเงินแล้ว คนร้ายจึงแจ้งว่าจะนำตัวแฟนสาวไปปล่อยตัวที่ จ.พัทลุง
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนโดยสกัดกั้น ที่ด่านจุดตรวจความมั่นคงทุ่งนุ้ย ถ.ยนตรการกำธร ม.11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ต่อมาเวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบเห็นรถเก๋งสีขาวขับนำหน้า และรถเก๋งสีดำ ขับตามหลัง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าสกัดทำการตรวจค้นจับกุม โดยในรถเก๋งสีดำ พบหญิงสาวที่ถูกลักพาตัวนั่งอยู่ด้านหลัง มีนายโชคชัย เป็นคนขับ และ นายประทีปนั่งด้านข้าง ตำรวจจึงทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมนำตัวมาสอบสวนต่อที่ กก.สส.ภ.จว.ตรัง และให้การช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างปลอดภัย
รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากปีที่แล้วนายชิน แฟนหนุ่มของหญิงสาวผู้เสียหายได้ไปกู้ยืมเงินนอกระบบเป็นเงิน 250,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 10 จากกลุ่มเงินกู้นอกระบบ โดยจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 25,000 บาท ซึ่งจ่ายมาตลอด
แต่ช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาไม่ได้จ่ายดอกเบี้ย กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงมาตามทวงหนี้ที่บ้านแต่ไม่พบตัวนายชิน มีแฟนสาวของนายชินอยู่เพียงคนเดียว จึงถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ดังกล่าว
นอกจากนี้ รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับนายประทีป มีหมายจับศาลจังหวัดสงขลาที่ จ.469/2565 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2565 หลังก่อเหตุบุกชิงยาเสพติดและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอรัตภูมิรวม 6 คน ขณะเข้าล่อซื้อยาเสพติดได้อาวุธปืน 5 กระบอก พร้อมรถเก๋ง 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และยาบ้า 20,000 เม็ด เหตุเกิด บริเวณทางเข้าบ้านนิคมร่วมพัฒนา หมู่11 ต.แพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2565
นอกจากนี้ ยังอยู่ในทำเนียบมือปืนที่ตำรวจต้องการตัวอยู่ลำดับที่ 185 และยังมีพฤติการณ์ก่อเหตุตระเวนรับจ้างอุ้มรีดไถ ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 และ ภาค 9 ก่อนมาถูกจับกุมครั้งนี้
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น โดยมีอาวุธ, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกัน เรียกค่าไถ่, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืน ไปในเมืองสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร
และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่นายประทีปว่า เป็นบุคคลตามหมายจับศาล จังหวัดสงขลา ที่ จ.469/2565 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2565 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “ปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม,
ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานการปฏิบัติตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าๆได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ, เป็นอั้งยี่,ช่องโจร, ร่วมกันมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว หรือไม่มีเหตุจำเป็น และเร่งด่วนตาม
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้รับทราบสิทธิ์ดังกล่าวแล้ว และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเร่งขยายผลสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป





