พ่อปืนโหด เมาคลั่ง ยิงลูก-เมียปางตาย ก่อน ตร.บุกจับ เช้ามาพบเป็นศพในห้องขัง คาด สร่างเมาทำให้เกิดออาการเครียดหนักจึงก่อเหตุสลด
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ส.ค.68 ขณะที่ ร.ต.อ.อุดมวิทย์ ชูบัวทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงพัก รับแจ้งว่ามีเหตุผู้ต้องขังเสียชีวิตที่ห้องขังในโรงพัก หลังถูกจับกุมกรณียิงภรรยาและลูกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คนเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.68) จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น
จากนั้นเข้าตรวจสอบพบร่างผู้ต้องขัง คือ นายสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี อยู่ในอาการสาหัส จึงรีบนำส่ง รพ.นบพิตำ ปรากฏว่าเมื่อถึง รพ.ได้ไม่นานนายสมบูรณ์ ได้เสียชีวิตที่ รพ.

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลาประมาณ 17.45 น.วันที่ 2 ส.ค.68 ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.นบพิตำ รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านของนายสมบูรณ์ ผู้ต้องหา มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 คนคือ นางสุภาณี (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่แขนซ้าย 1 นัด และ น.ส.พัชรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ถูกยิงเข้าที่ราวนมซ้าย 2 นัด ปาก 1 นัด อยู่ในอาการสาหัส
ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้ง 2 เป็นภรรยาและลูกของนายสมบูรณ์ มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่ง รพ.ท่าศาลา ในขณะที่นายสมบูรณ์ ผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้พร้อมอาวุธปืนหลังก่อเหตุไม่นาน ซึ่งพบว่านายสมบูรณ์ นั้นอยู่ในอาการเมาสุรา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสมบูรณ์ นั่งดื่มสุราจนเมาหนัก ขณะที่พกอาวุธปืนมาด้วย ปรากฏว่านางสุภาณี และ น.ส.พัชรินทร์ ภรรยาและลูกได้เข้าไปว่ากล่าวตักเตือน แทนที่จะรับฟังกลับโมโหจนอาละวาดชักปืนยิงภรรยาและลูกจนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนถูกจับกุม
ซึ่งขณะตำรวจควบคุมตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก โดยนายสมบูรณ์ ยังพูดจาอย่างไม่สำนึก ระบุว่าถูกลูกสาวทุบศีรษะก่อนทำให้โมโหและไปเอาอาวุธปืนมายิงทั้งภรรยาและลูก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสมบูรณ์ เข้าห้องขังเพื่อรอให้สร่างเมาแล้วจะทำการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกวัน

แต่ปรากฏว่าช่วงเช้าของวันนี้ (3 ส.ค.68) ตำรวจที่เฝ้าเวรห้องขังเข้าไปตรวจสอบพบว่านายสมบูรณ์ ก่อเหตุทำร้ายตัวเองในห้องขังอยู่ในอาการสาหัส จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนนำร่างส่ง รพ.นบพิตำ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนสาหตุเชื่อได้ว่าหลังจากนายสมบูรณ์ สร่างเมาทำให้เกิดออาการเครียดอย่างหนักจึงก่อเหตุสลดเพื่อหนีความผิด
ขณะที่อาการนางสุภาณี ภรรยาล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วน น.ส.พัชรินทร์ ลูกสาวอาการสาหัส อยู่ในความดูแลของแพทย์พยาบาลอย่างใกล้ชิด และในทางคดีตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไปแล้ว